การเดินทางอย่างยาวนานเพื่อเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศของ ‘ไทยออยล์’ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 บนพันธกิจและยึดมั่นปรัชญา “Bonding Human Life เชื่อมโยงคุณค่าสู่สังคม” และในปี พ.ศ. 2564 ไทยออยล์อยู่ระหว่างการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มไทยออยล์ได้สร้างความเชื่อมั่น การยอมรับ และความไว้วางใจในการดำเนินธุรกิจ จากชุมชนและสังคม เน้นการพัฒนา 4 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา และคุณภาพชีวิตเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงคุณค่าสู่สังคมด้วยปณิธาน “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน”

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือนเมษายน และทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน กลุ่มไทยออยล์ในฐานะองค์กรผู้สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ยังคงใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของตนเดินหน้าสานต่อปณิธานเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่คนไทย ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย เป็นบทพิสูจน์และตอกย้ำจุดยืน ‘เชื่อมโยงคุณค่าสู่สังคม’ มุ่งมั่นที่จะช่วยสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน เราไม่อาจปฏิเสธว่า วัคซีนโควิด-19 เป็นความหวังที่จะช่วยลดความรุนแรงและลดโอกาสการเสียชีวิตได้ ภาครัฐและภาคเอกชนจึงร่วมมือกันในการกระจายวัคซีนไปสู่กลุ่มคนต่างๆ อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด และในฐานะองค์กรที่ยืนหยัดด้านพลังงาน มองเห็นถึงความสำคัญในการกระจายและการเข้าถึงวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน ‘ไทยออยล์’ จึงร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปพร้อมกับคนไทยทุกคน ผ่านโครงการ “ส่งพลังงาน สร้างพลังใจ” ด้วยงบประมาณสนับสนุนกว่า 12 ล้านบาท จากความตั้งใจที่ต้องการเข้าช่วยเหลือสังคมและประชาชน จึงทำงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงองค์กรที่ดำเนินงานด้านการบรรเทาปัญหาโควิด-19 โดยการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงเคมีภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อโรค และเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไทยออยล์ให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อช่วยในการกระจายวัคซีนไปสู่พื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงหรือพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการขนส่งเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงที่มาของ โครงการ “ส่งพลังงาน สร้างพลังใจ” ว่า “ไทยออยล์ เล็งเห็นถึงภาระอันยิ่งใหญ่ของหน่วยงานทางการแพทย์และโรงพยาบาล ที่นอกจากจะต้องทุ่มเทในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นด่านหน้าที่สำคัญในการช่วยบรรเทาวิกฤติมาโดยตลอดแล้ว ยังต้องระดมสรรพกำลังเพื่อให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด รวมถึงการตรวจคัดกรองเชิงรุก และงานสาธารณสุขอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นในวิกฤตการณ์ระลอกใหม่นี้ ล้วนต้องมีการเดินทางของบุคลากร การขนส่งหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภาระค่าใช้จ่ายที่หลายหน่วยงานต้องแบกรับ ไทยออยล์จึงเร่งดำเนินการเข้าช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระเหล่านี้ ด้วยการมอบน้ำมันเชื้อเพลิงให้หน่วยงานสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการให้บริการวัคซีนแก่คนไทยอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว รวมถึงการขนส่งเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงจับมือกับอาสาสมัครอื่นๆ ในการขนส่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 กลับไปรักษายังโรงพยาบาลในจังหวัดบ้านเกิด หรือการสนับสนุนทีมอาสาเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอประสานเตียง ทั้งนี้ เพื่อให้คนไทยสามารถรอดพ้นวิกฤติไปด้วยกัน”

การแพร่ระบาดที่รุนแรงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการ “ส่งพลังงาน สร้างพลังใจ” ยังคงสนับสนุนภารกิจที่หนักหนาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และจิตอาสาด้านสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือคนไทยอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ไทยออยล์ได้เร่งให้การสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งมอบเคมีภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไทยออยล์ ให้แก่หน่วยงานสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน อาทิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลศิริราช,โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อีกทั้งยังร่วมกับกลุ่มปตท.ในการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ 13 จังหวัด และการจัดตั้งหน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) รวมถึงการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้แก่วัดต่างๆ ทั่วประทศ และสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการจัดส่งกล่องห่วงใย (กล่องอุปกรณ์ยังชีพ) กับสภาอุตสาหกรรมเพื่อส่งต่อให้ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างแยกกักตัวอยู่ที่บ้าน (Home Isolation) หรือรอเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ โครงการ “ส่งพลังงาน สร้างพลังใจ” ได้ส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิง ให้แก่ “หมอแล็บแพนด้า” ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน เพื่อสนับสนุนภารกิจโครงการ “Back Home” โดยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งต่อผู้ป่วยโควิดที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด แต่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้กลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจังหวัดบ้านเกิด รวมถึงการนำรถเข้าตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการ สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้แก่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และสาธารณสุขอำเภอศรีราชา สำหรับใช้ในงานขนส่งทางการแพทย์ที่จำเป็นต่างๆ รวมถึงการเข้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารและจัดการศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบังและศรีราชา ณ ศาลาประชาคมอ่าวอุดม จังหวัดชลบุรี เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตในชุมชนรอบโรงกลั่นด้วยการแจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยเพื่อแทนความห่วงใยและความปลอดภัยด้านสุขอนามัยอีกด้วย

ไทยออยล์มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการต่างๆ มาโดยตลอด ไม่เพียงแต่ โครงการ “ส่งพลังงาน สร้างพลังใจ” เท่านั้น การช่วยเหลือคนไทยตลอดปีกว่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด มาในหลากหลายรูปแบบ เช่น การมอบสิ่งของและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ เครื่องออกซิเจน ไฮโฟลว์ หน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield) ชุด PPE เจลแอลกอฮอล์ การช่วยเหลือชุมชนด้วยการมอบถุงกำลังใจให้กับชุมชนรอบโรงกลั่นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมดแล้วกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งไทยออยล์ยังคงเดินหน้าสานต่อการสนับสนุนด้วยทรัพยากรและศักยภาพที่มีอย่างไม่หยุดยั้ง ตามปณิธานตลอด 60 ปีที่จะ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน