ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 มีผลต่อพฤติกรรมทางการเงินของไทย จนเป็นจุดเริ่มต้นของสภาวะที่เรียกว่า “คนไทยใช้ก่อน แล้วค่อยออม” ซึ่งถือเป็นวิธีการคิดที่เป็นอันตรายสำหรับการอยู่รอดต่อไปภายหลังโรคระบาดคลี่คลายในอนาคต
บัญชา ชุมชัยเวทย์ ชวนวิเคราะห์ ถึงพฤติกรรมการใช้เงินของไทย จากอดีต ไปถึงอนาคต ผ่านรายการ News Social ที่ PLAY NEWS บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AIS PLAY ว่าแท้จริงแล้วความรู้ความเข้าใจ หรือความชำนาญกับประสบการณ์ทางการเงินและการออมกันแน่ ที่คนไทยจำเป็นต้องมีมากกว่า เมื่อวิกฤตโควิด-19 หายไปจากโลกนี้
คลิกชม >> https://aisplay.ais.co.th/portal/serial/series/6180d9cc20402ae784f1aae4

ถึงแม้ผลสำรวจเรื่อง ทักษะทางการเงินของไทย ปี 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 พบว่า คนไทยมีพัฒนาการระดับทักษะทางการเงินดีขึ้นอยู่ที่ 71% สูงกว่าการสำรวจเมื่อปี 2561 อยู่ที่ 66.2% แต่ยังมีสิ่งที่น่าใจหายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะประชาชนประมาณ 33% ไม่รู้ว่าตัวเองมีเงินออมพอแค่ไหน ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วง และมีสูงถึง 34% ที่นำเงินไปใช้จ่ายก่อนเมื่อเหลือเงินค่อยนำมาเก็บออม

ทั้งนี้ จากผลสำรวจยังพบว่า คนไทยไม่ถึง 38% มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินมากกว่า 3 เดือน และอีกถึง 32% ไม่รู้การออมเงินของตนเอง ส่วนนี้เป็นกลุ่มวัย Gen Z (เจเนอเรชั่น Z) ไม่ทราบสถานะเงินออมตนเองมากที่สุด ขณะที่อีก 30% ที่มีการนำเงินไปใช้จ่ายก่อนเมื่อเหลือเงินค่อยนำมาเก็บออม

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เงินรายได้ที่มีทั้งหมด เราจะต้องบริหารจัดการอย่างไรเหมาะสมที่สุด ทั้ง การเก็บออม เพื่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และใช้เพื่อการลงทุนเท่าไหร่ เพื่อรองรับวิกฤตด้านเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ไม่อย่างนั้นแล้ว เราอาจกำลังตกในสภาวะที่เรียกว่า “ยืมเงินในอนาคต มาใช้ในปัจจุบัน ในขณะที่ความสามารถในการหาเงิน ในปัจจุบันและอนาคตรวมกันยังไม่เท่ากับเงินในอนาคตที่เรายืมมาใช้ในปัจจุบัน”
คลิกชม >> https://aisplay.ais.co.th/portal/serial/series/6180d9cc20402ae784f1aae4
ติดตามคลิปข่าวกระแสร้อนทั้งหมดที่ PLAY NEWS บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น AIS PLAY
คลิก >> https://aisplay.ais.co.th/portal/screen/playnews/
#ดูฟรีทุกเครือข่าย #aisplaynews