“เราไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจที่มุ่งเน้นแสวงหากำไร แต่ยังเป็นอีกเสาหลักของสังคมในยุคนี้ เราไม่ได้มองว่าผู้คนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ แต่ยังมองว่าทุกคนล้วนเป็นชีวิตที่เราอยากให้เติบโตไปด้วยกัน” วิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อเติมเต็ม “โอกาส” ในการเติบโตไปด้วยกัน
เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและเติบโตไปพร้อมกันกับ โออาร์ ในฐานะบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท. ด้านการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ โออาร์ จึงยึดมั่นในการเป็นองค์กรที่เกื้อกูลสังคม โดยอาศัยการประสานพลังแห่งความร่วมมือเพื่อสร้างคุณค่าอย่างเท่าเทียม มุ่งพัฒนาคนให้มีศักยภาพ ลดทอนช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพสังคมในอีกระดับ จนไปถึงการพัฒนาประเทศไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ที่น่าสนใจคือ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” โออาร์ และภาคีเครือข่าย ได้ยึดแนวทางการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วย 4 พันธกิจหลักที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ชุมชน และสังคม
- Seamless Mobility : สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพลังงานแบบผสมผสานเพื่อการเดินทางในทุกรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ
- All Lifestyle : สร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตแบบครบวงจรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ
- Global Market : ขยายฐานธุรกิจเพื่อสร้างความสำเร็จและการยอมรับในตลาดโลก
- OR Innovation : แก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมในแบบฉบับของ โออาร์

เป็นมากกว่าธุรกิจน้ำมัน
โออาร์ มีแพลตฟอร์มทางธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งได้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ พีทีที สเตชั่น ซึ่งมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,000 สาขา ทั่วประเทศ โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 2.5 ล้านคนต่อวัน Café Amazon แบรนด์กาแฟชั้นนำ กว่า 3,400 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลกด้วยจำนวนสาขามากอันดับที่ 6 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้าน Energy Solution Provider ซึ่งมีฐานลูกค้าในตลาดพาณิชย์ทั้งหมดกว่า 2,600 ราย ครอบคลุมทั้งภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ขณะที่บัตรสมาชิก Blue Card ในปัจจุบันก็มีฐานสมาชิกแล้วกว่า 7.5 ล้านคน
สะท้อนให้เห็นภาพชัดว่า หัวใจหลักของ โออาร์ คือการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง เพราะนอกจากธุรกิจหลักของ โออาร์ อย่างธุรกิจน้ำมันแล้ว ยังพัฒนาและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ ดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญ ค่อย ๆ เติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง
ที่ชัดไปกว่านั้นคือ มุ่งสร้างการเติบโตไปด้วยกันกับสังคมชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน ผ่านมุมมองที่ว่า “อยากให้ โออาร์ กลายเป็น สถาบันของสังคมในการเป็นที่พึ่งให้กับทุกชีวิตของผู้คนในสังคม ควบคู่กับการเติบโตของประเทศตามวิสัยทัศน์ “Empowering All Toward Inclusive Growth” โออาร์ เติมเต็มทุกโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน”

เปิดประตูโอกาสสำหรับทุกคน
ด้วยความต้องการเป็นองค์กรที่สร้างโอกาสให้คนทุกคน จึงเกิดโครงการที่เน้นทั้งการส่งเสริมอาชีพ การสร้างงาน และการสร้างรายได้ อย่าง โครงการ “Café Amazon for Chance” ร้านกาแฟที่สร้างโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการเรียนรู้ กลุ่มทหารผ่านศึกและครอบครัว และผู้สูงวัย ได้มีอาชีพ มีรายได้ ตลอดจนมีความภาคภูมิใจในตนเองจากการทำงานเป็นบาริสต้าในร้าน Café Amazon
แน่นอนว่าการบริหารร้านลักษณะนี้ย่อมมีความยากลำบากในช่วงแรก และต้องใช้เวลาในการฝึกอบรมพนักงานกลุ่มนี้นานกว่าพนักงานทั่วไป เช่น ถ้าพนักงานทั่วไป ระยะเวลาการฝึกอยู่ที่ 1 เดือน แต่สำหรับพนักงานกลุ่มผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ใช้เวลาฝึกประมาณ 2 – 3 เดือน และถ้าเป็นกลุ่มผู้พิการทางการเรียนรู้ จะใช้เวลาการฝึกถึง 6 เดือน
แต่หลังจาก Café Amazon for Chance เปิดให้บริการมากว่า 2 ปี พบว่า อัตรา Turn Over ของพนักงาน เฉลี่ยอยู่ที่ 5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้านกาแฟทั่วไป ซึ่งอยู่ที่ 30% ทำให้ทางบริษัทฯ ไม่ต้องฝึกอบรมพนักงานใหม่มากนัก ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จ กระแสตอบรับดี โดยปัจจุบันสามารถขยายร้าน Cafe Amazon for Chance ได้ถึง 14 สาขาแล้ว
“ทุกวันนี้ Café Amazon for Chance ไม่ใช่แค่การสร้างโอกาสให้แก่ผู้ด้อยโอกาส และเปิดขายเครื่องดื่ม – อาหารให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ สามารถเข้ามาศึกษา ดูงาน เพื่อขยายผลในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ”
กาแฟทุกแก้วของ Café Amazon สร้างรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย
นอกจาก Café Amazon จะเป็นธุรกิจเชนร้านกาแฟสำหรับ SME ในประเทศไทย ที่ส่งเสริมผู้ประกอบการรายเล็กให้เติบโตไปร่วมกับแบรนด์ ที่ปัจจุบันมีจำนวนสาขามากที่สุด 6 อันดับแรกของโลก และมีรายได้สูงสุด 10 อันดับ ยังยกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนเมล็ดกาแฟของ Café Amazon โดยรับซื้อเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกกาแฟในไทย ทั้งอะราบิกาและโรบัสตา จากมูลนิธิโครงการหลวง ไม่เพียงแค่นั้น ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ผ่าน 2 โครงการนำร่อง

- โครงการจัดหาเมล็ดกาแฟจากชุมชน (Community Coffee Sourcing: CCS) ช่วยเหลือเกษตกรและวิสาหกิจชุมชน ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ไปจนถึงรับซื้อเมล็ดกาแฟจากแหล่งนั้น ๆ มีวัตถุประสงค์คือจัดหาเมล็ดกาแฟจากชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน พัฒนาความรู้และทักษะอาชีพให้ผลิตกาแฟที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมให้ความมั่นใจว่ามีตลาดรองรับแน่นอน รวมทั้งเป็นช่องทางในการจำหน่ายเมล็ดกาแฟกะลาจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และความเป็นอยู่ดีขึ้น จากการรับซื้อในราคาที่เป็นธรรม โดยมีวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมโครงการกว่า 8 กลุ่ม ซึ่งโครงการ CCS ยังได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริเป็นที่ปรึกษาโครงการ อีกด้วย
- โครงการวิจัยและพัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง Café Amazon กับมูลนิธิโครงการหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยพัฒนา และปรับปรุงสายพันธุ์กาแฟอะราบิกา เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง เหมาะสมกับการเพาะปลูกและการผลิตของท้องถิ่น ตลอดจนการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการปลูก และการผลิตกาแฟทั้งระบบ เพื่อให้ได้มาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practices) ที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ควบคู่กับการพัฒนาการปลูกกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยพัฒนาแปลงสาธิตการปลูกกาแฟ ทั้งในรูปแบบเพื่อการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ไม่เคยปลูกกาแฟมาก่อน และพื้นที่ที่มีการปลูกกาแฟดั้งเดิม ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งในปี 2564 ได้ขยายผลไปสู่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
![]() | ![]() |
เน้นร่วมทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทย ต่อเนื่อง
อีกหนึ่งกลยุทธ์ของ โออาร์ ไม่ใช่แค่เน้นการเติบโตจากภายนอกเพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะยาว “การร่วมทุน” กับบริษัทหรือธุรกิจของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ หากมองให้ลึกไปกว่านั้น คือสิ่งที่สอดคล้องกับเจตจำนงของ โออาร์ ในการสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตสำหรับทุกคน เพราะเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เติบโตไปพร้อมกับ โออาร์ ด้วยช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายอันแข็งแกร่งของ โออาร์ ไม่ว่าจะเป็น สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และ ร้าน Café Amazon
โออาร์ ลงทุนกับร้าน “โอ้กะจู๋” ภายใต้ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ในช่วงต้นปี 2564 จากร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Farm to Table” วันนี้ โอ้กระจู๋ สามารถขยายสาขาได้ 14 สาขา โดย 2 สาขาอยู่ที่เชียงใหม่ และอีก 10 สาขาในกรุงเทพฯ ข้อดีอย่างหนึ่งของการร่วมทุนกัน ทำให้โอ้กระจู๋มีทุน-เทคโนโลยี รองรับการขยายธุรกิจ เช่น มีการนำเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) มาใช้ เพื่อทำให้ได้ผลผลิตที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพ มีการสร้างครัวกลางที่จังหวัดเชียงใหม่ สร้างศูนย์กระจายสินค้า เพื่อรองรับการขยายสาขาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
นอกจากนี้ โออาร์ ยังสร้างความร่วมมือเพื่อการเติบโตยั่งยืน โดยร่วมทุน Non–Oil หลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ Pacamara ในบริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จำกัด เพื่อขยายธุรกิจกาแฟครบวงจรออกสู่ตลาดกาแฟ ร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจ Flash เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจ โดยเปิดให้บริการจุดรับส่งพัสดุของ Flash Express ภายในร้าน Café Amazon บางสาขา ร่วมกับ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดตั้ง ORBIT Digital องค์กรเทคโนโลยีและนวัตกรรม สู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ รวมทั้งร่วมจัดตั้ง ORZON Ventures เพื่อสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพให้กับ Startup ไทย และล่าสุดลงทุนในบริษัท อิ่มทรัพย์ โกลบอล คูซีน จำกัด ขยายสาขา ร้าน โอโนะ ซูชิ ใน พีทีที สเตชั่น
จะเห็นได้ว่าทุกการขับเคลื่อนภารกิจของ โออาร์ ล้วนแล้วแต่มีวิสัยทัศน์อันชัดเจน เป็นไปตามแนวปฏิบัติ “Empowering All Toward Inclusive Growth” ที่พร้อมร่วมเติมเต็ม “โอกาส” ในการเติบโตให้ทุกชีวิต

