เพราะการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม ที่นอกจากจะหมายถึงความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าของน้ำแล้ว ยังหมายถึงกรรมวิธีจัดการน้ำ ที่เอื้อประโยชน์สูงสุดต่อการนำไปใช้ ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูภายในตัว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนมากที่สุด

เมื่อพูดถึงการใช้น้ำ ภาคการเกษตร นับเป็นภาคส่วนสำคัญของสังคม ที่มีความจำเป็นในการใช้น้ำอย่างมาก จึงต้องมีกระบวนการหรือวิธีการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ซึ่งทุกวันนี้ เกษตรกรหลายพื้นที่ได้หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ และระดมพลังเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อให้มีใช้อย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นการตอกย้ำและเชิดชูแนวคิดการมีส่วนร่วมการจัดการน้ำของภาคเกษตร กรมชลประทาน ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องน้ำ จึงเดินหน้าคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่มีผลงานการบริหารจัดการน้ำดีเด่น ด้วยการมอบ รางวัลสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น เพื่อเป็นการสานพลังใจให้เกษตรกรเหล่านี้ เดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมชลประทาน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ต้องการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำ มีการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำชลประทานร่วมกันระหว่างสมาชิก อีกทั้งเพื่อให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากที่สุด

สำหรับแนวทางการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำหนดไว้ทั้งหมด 5 ข้อ คือ 1.ความคิดริเริ่ม 2.ความสามารถในการบริหารจัดการน้ำ 3.การมีส่วนร่วมของสมาชิก 4. ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบัน และ 5.การทำกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในปี 2565 นี้ กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับคัดเลือกและเป็นผู้ชนะเลิศ ระดับกรมชลประทาน เป็นลำดับที่ 1 ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำระบบท่อบ้านชำตาเรือง จังหวัดจันทบุรี โครงการชลประทานจันทบุรี สำนักงานชลประทานที่ 9

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มบริหารการใช้น้ำระบบท่อบ้านชำตาเรือง เกิดขึ้นภายใต้โครงการระบบท่อส่งน้ำบ้านชำตาเรือง ที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2546 และดำเนินการส่งน้ำให้เกษตรกรตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา โดยช่วงเริ่มต้น กรมชลประทานเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าไฟฟ้าทั้งหมด ต่อมาสมาชิกกลุ่มเป็นผู้ดูแลค่าใช้ส่วนนี้ด้วยตนเอง

“ในอดีต ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและทำไร่มันสำปะหลัง เนื่องจากพื้นดินบริเวณนี้มีความแห้งแล้ง ทำให้มีปัญหาขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้น้อย ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่เมื่อเริ่มมีการส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่จึงหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะทำสวนผลไม้ จำพวก เงาะ มังคุด ทุเรียน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดี และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น”

ทั้งนี้ กลุ่มบริหารการใช้น้ำระบบท่อชำตาเรือง จังหวัดจันทบุรี ที่คว้ารางวัลชนะเลิศสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น ประจำปี 2565 จะเข้ารับรางวัลพระราชทานอย่างเป็นทางการ ในวันพืชมงคล ประจำปี 2565

นอกจากกลุ่มบริหารการใช้น้ำระบบท่อบ้านชำตาเรือง จังหวัดจันทบุรี ที่ได้รางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีกลุ่มที่ได้รับรางวัล อีก 3 อันดับ ดังนี้

อันดับที่ 2 ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยแฮต จังหวัดน่าน โครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2

อันดับที่ 3 ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานฝายวังยาง โซน 2 จังหวัดร้อยเอ็ด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง สำนักงานชลประทานที่ 6

อันดับที่ 4 ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำคลองด้วน จังหวัดสุพรรณบุรี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว สำนักงานชลประทานที่ 12

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น ประจำปี 2565 เผยรายละเอียดว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สามารถเก็บกักน้ำได้ถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่โดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะกับการท่องเที่ยวชมธรรมชาติและพักผ่อน

โครงการอ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่กรมชลประทานได้สนองแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2531 โดยเป็น 1 ใน 23 โครงการพัฒนาลุ่มน้ำจันทบุรี ที่มีความสำคัญมากที่สุดของจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากเป็นแหล่งเก็บกักน้ำขนาดกลางเพียงแห่งเดียว ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนบนของจังหวัด

สำหรับปริมาณน้ำที่เกษตรกรใช้ประโยชน์ในพื้นที่การเกษตรที่อยู่ใต้อ่างเก็บน้ำชลประทาน มีจำนวนทั้งสิ้น 13,900 ไร่ มีการส่งน้ำให้เกษตรกรโดยการปล่อยน้ำลงตามลำน้ำธรรมชาติ มีฝายทดน้ำ เก็บน้ำไว้เป็นช่วง ๆ เพื่อให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำสูบน้ำไปใช้ทำการเกษตรได้

ที่สำคัญ อ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายยังเป็นแหล่งน้ำของโครงการระบบท่อส่งน้ำชำตาเรือง สถานีสูบน้ำที่มีกระบวนการสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าจากอ่างเก็บน้ำคลองศาลทราย

โครงการระบบท่อส่งน้ำชำตาเรือง เกิดขึ้นจากการพบปัญหาของอ่างเก็บน้ำคลองศาลทราย ที่ยังคงไม่สามารถกระจายน้ำไปสู่พื้นที่การเกษตรบริเวณตอนบนของอ่างเก็บน้ำอย่างทั่วถึงได้ จึงมีการเข้าไปร่วมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการระบบท่อส่งน้ำบ้านชำตาเรือง จนสามารถดำเนินโครงการแล้วเสร็จ และสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานบริเวณตอนบนของอ่างเก็บน้ำศาลทราย จำนวน 2,185 ไร่

“การจัดทำและดำเนินโครงการดังกล่าว ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ สำคัญยิ่งกว่านั้น การร่วมแก้ไขปัญหาครั้งนี้เป็นความร่วมมือของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ที่เข้ามามีบทบาทบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง มีการจัดตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำระบบท่อบ้านชำตาเรือง เพื่อบริหารจัดการน้ำที่ส่งเข้าพื้นที่แปลงเพาะปลูกของเกษตรกร ทำให้ได้รับน้ำอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกมามีคุณภาพ ไม่ต่างจากพื้นที่การเพาะปลูกที่อยู่ทางตอนล่างของอ่างฯ” รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเสริม

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกร ที่มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งตอนบนและตอนล่างของอ่างฯ ได้อย่างเท่าเทียมกัน และยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ท้ายสุด การมอบรางวัลสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่นครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประกาศเชิดชูกลุ่มเกษตรกร ที่มีความมุ่งมั่นจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนแล้ว ยังเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญ ที่จะสานพลังให้กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำทางการเกษตรให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน