น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญ ที่เปรียบดั่งจุดเริ่มต้นของทุกชีวิต ซึ่งหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนริมน้ำไม่ต่ำกว่า 25,000 ครัวเรือนในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี ก็คือ ‘แม่น้ำบางขาม’ ซึ่งชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากแม่น้ำบางขามทั้งในการบริโภคและอุปโภคมาอย่างยาวนาน
ทว่าปัจจุบัน ด้วยปริมาณน้ำฝนที่ลดลง ส่งผลให้แหล่งน้ำสายนี้แห้งขอด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ กรมชลประทาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำโดยตรง จึงไม่รีรอเร่งดำเนินการช่วยเหลือ โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำบางขาม จังหวัดลพบุรี หวังแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ให้ชาวบางขามมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เผยรายละเอียดโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม ภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับ นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ไปติดตามความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำบางขาม จังหวัดลพบุรี พร้อมพบปะและเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ ว่า
แม่น้ำบางขามเป็นแหล่งน้ำโบราณ ที่เกิดจากคลองธรรมชาติหลายสายไหลมารวมกัน ต้นน้ำอยู่ที่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ไหลผ่าน อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอเมืองลพบุรี รวมความยาวประมาณ 55 กิโลเมตร และไหลมาบรรจบแม่น้ำลพบุรี ที่ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี โดยแม่น้ำบางขาม เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชนที่อาศัยอย่างหนาแน่นทั้งสองฟากฝั่ง 17 ตำบล รวมกว่า 25,000 ครัวเรือน

แต่ด้วยปริมาณน้ำฝนที่ตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10-15% ทำให้แม่น้ำบางขามจากเดิมที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับแห้งขอด บริเวณตำบลมหาสอน และตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตน้ำประปาและพื้นที่เกษตรของทั้ง 2 ตำบล ตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำ เรียกได้ว่าสร้างความเสียหายโดยตรงต่อธรรมชาติ ชุมชน และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 10 ที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงเร่งดำเนินการสำรวจ ออกแบบโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขามที่ตื้นเขิน ตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การนี้ กรมชลประทานได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณสำหรับค่าดำเนินการขุดลอกแม่น้ำบางขาม จำนวน 74 ล้านบาท พร้อมมอบหมายให้สำนักเครื่องจักรกล เป็นผู้ดำเนินการขุดลอก ตั้งแต่ กม.12+500 ถึง 22+700 บริเวณสะพานท่าเรือ จนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2565
เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำบางขาม และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไว้ในฤดูแล้งได้มากขึ้นถึง 21 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 40,000 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 2,500 ครัวเรือน ช่วยให้แม่น้ำบางขามกลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่สามารถสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตรของประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป
