สำหรับหลายคน ความสุขของการใช้ชีวิตอาจเริ่มจากสิ่งง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการดื่มด่ำรสชาติกาแฟดีๆ สักแก้วในตอนเช้า เพราะกลิ่นที่หอมกรุ่น รสชาตินุ่มละมุนลิ้น ช่วยปลุกร่างกายและชีวิตจิตใจให้กระตือรือร้น พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำกล่าวมากมายถึงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็น ดื่มกาแฟก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยทำสิ่งต่างๆ หรือ ทุกอย่างดีขึ้นเมื่อมีกาแฟ ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกาแฟ ที่มีต่อนักดื่มกาแฟทั่วโลก
เฉกเช่นเดียวกับ เฟลม-เกียรติศักดิ์ คำวงษา เจ้าของธุรกิจและผู้ก่อตั้ง กาแฟขี้ชะมดบลูโกลด์ ผู้หลงใหลการดื่มกาแฟ ผนวกกับความมุ่งมั่นในการทำประกอยธุรกิจเพื่อช่วยเหลือปัญหาครอบครัวจาก หนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องแบกรับตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี เขาลองผิดลองถูกในหลายธุรกิจ ตั้งแต่ขายขนม งานก่อสร้าง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนต้องเบนเข็มกลับไปหาสิ่งที่ใกล้ตัวเขามากที่สุดนั่นคือกาแฟ
ทว่าเพียงการทำไร่กาแฟอาจดูธรรมดาเกินไปในการแก้วิกฤตหนี้ เกียรติศักดิ์จึงเริ่มค้นหา กาแฟรูปแบบใหม่ๆ ที่ท้าทายกว่า จนไปพบรักแรกพบแห่งรสชาติกาแฟ ที่มีชื่อว่า กาแฟขี้ชะมด (Kopi Luwak) ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาและชุมชนไปตลอดกาล

ล้ำค่าวงการกาแฟ
ราวสิบปีก่อน คนไทยได้รู้จักกาแฟชนิดใหม่ที่เรียกว่า กาแฟขี้ชะมด (Kopi Luwak) แม้ชื่ออาจไม่ภิรมย์นัก แต่กลับสร้างเสียงฮือฮาให้วงการกาแฟทั่วโลก เพราะเป็นกาแฟที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก โดยการรับรองจากสมาคมกาแฟพิเศษแห่งอเมริกา (Specialty Coffee Association-SCAA) เนื่องจากรสชาติ และกลิ่นที่หอมละมุนเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากกาแฟทั่วไปทั้งยังมีกรรมวิธีการผลิตที่สลับซับซ้อน
นอกจากนั้น กาแฟขี้ชะมดยังมีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็งเต้านม และลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ถึง 17% ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยต้านมะเร็งในช่องปากและโรคเบาหวานอีกด้วย กลายเป็นที่มาของมูลค่า ที่ผู้คนต่างต้องการลิ้มลองสักครั้ง
ทว่ากว่าจะได้กาแฟอร่อยๆ สักแก้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์กาแฟ รอจนกว่าผลกาแฟสุกจึงนำไปให้ชะมดกิน เมื่อชะมดกินเมล็ดกาแฟเข้าไป กรดเอนไซม์ที่อยู่ในกระเพาะ จะทำปฏิกิริยาเคมีกับเมล็ดกาแฟ ลักษณะคล้ายกับการหมักไวน์ ซึ่งจะค่อยๆ ย่อยเฉพาะเปลือก และเนื้อของเมล็ดกาแฟด้านนอกออก เหลือเพียงเมล็ดภายในจึงขับถ่ายออกมา จนมาสู่ขั้นตอนการล้าง และตากให้แห้ง แล้วถึงนำไปคั่ว และบดออกมาเป็นกาแฟ
ในยุคเริ่มต้น กาแฟขี้ชะมดนับว่าหาดื่มได้ยากในประเทศไทย เพราะยังเป็นที่รู้จักกันในวงแคบ และต้องอาศัยการนำเข้ากาแฟจากอินโดนีเซียแหล่งต้นกำเนิด จนเป็นคำถามคาใจของเกียรติศักดิ์ว่า จะสามารถสร้างมูลค่าให้ไร่กาแฟได้อย่างไร อีกทั้งชะมดก็เป็นสัตว์คุ้นเคยของคนอีสานมาอย่างยาวนาน แล้วจะนำทั้งสองอย่างมาผสานเข้าด้วยกันได้อย่างไร เหล่านี้กลายเป็นโจทย์ความท้าทายครั้งใหม่ของเขา ในการลองทำกาแฟจากขี้ชะมดฝีมือคนไทยขึ้นดูสักครั้ง กลายเป็นที่มาของการโยกย้ายกาแฟขี้ชะมดจาก อินโดนีเซียสู่นครพนม และกลายเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ บลูโกลด์ คอฟฟี่ (BlueGold Coffee)

เลี้ยงตามระบบนิเวศ เพื่อรสชาติแห่งธรรมชาติ
ไร่กาแฟขี้ชะมด บลูโกลด์ ซึ่งปัจจุบันมีชะมดอยู่กว่า 500 ตัว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งอยู่ที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม นับเป็นแหล่งผลิตกาแฟขี้ชะมดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความพิเศษตรงที่ใช้ชะมดจากการเพาะเลี้ยง โดยไม่มีการล่าจากป่า เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าธรรมชาติ และใช้ระบบการเลี้ยงชะมดแบบเปิดตามธรรมชาติ ให้ชะมดได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ โดยไม่มีการขังกรง หรือบังคับให้กินเมล็ดกาแฟ เพื่อให้ได้รสชาติตามธรรมชาติ ปราศจากการทรมานสัตว์อย่างแท้จริง
ส่วนเมล็ดกาแฟที่ใช้เป็นกาแฟโรบัสต้าปลอดสารพิษจากภูเขาสูง ลักษณะพื้นที่ไร่กาแฟโดยทั่วไป เป็นภูเขาสูง ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนลดหลั่นเรียงรายลักษณะคล้ายคลื่นทะเล อุดมสมบูรณ์และเป็นที่เดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่มีปัญหาเรื่องดินเค็ม
ไร่กาแฟขี้ชะมด บลูโกลด์ ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ ในชุมชน อ.โพนสวรรค์ ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรให้ทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ดังนั้นผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพ ของกาแฟจากไร่กาแฟขี้ชะมด บลูโกลด์ ได้อย่างแน่นอน

จากชุมชนสู่มือคุณ
ปัจจุบันผู้คนสนใจหันมาดื่มกาแฟมากขึ้นกระตุ้นให้ร้านกาแฟแต่ละร้านต้องสรรหาเมล็ดกาแฟคุณภาพดี จากต่างประเทศมานำเสนอลูกค้า แตกต่างจากเมล็ดกาแฟไทยที่ดีเหมือนกัน แต่กลับมีผู้คนนิยมน้อยกว่า ด้วย ความตั้งใจของเกียรติศักดิ์ที่ต้องการนำเสนอเมล็ดกาแฟของคนไทยให้คนทั้งโลกได้รู้จักและลิ้มลองในฐานะ กาแฟคุณภาพ จึงเกิดเป็นแบรนด์ Bluegold Coffee ที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ได้กาแฟรสชาติดีในทุกหยด ให้คนไทยได้กินกาแฟพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ประกอบกับเมื่อคนไทยเปิดใจลิ้มลองรสชาติกาแฟไทยมากขึ้น ก็ทำให้ Bluegold Coffee สามารถครองใจผู้บริโภคได้ไม่ยาก

จากไร่กาแฟสู่แลนด์มาร์กนครพนม
ไม่เพียงสร้างแบรนด์กาแฟระดับพรีเมียม แต่เกียรติศักดิ์ยังสร้างไร่กาแฟขี้ชะมด บลูโกลด์ ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากปี 2554 ที่ไร่กาแฟมีพื้นที่เพียง 10 ไร่ ได้ขยายเป็น 400 ไร่ในปัจจุบัน แต่ความสำเร็จที่มากไปกว่านั้น คือการทำให้ไร่กาแฟขี้ชะมด บลูโกลด์ ขึ้นมาเป็น ‘แลนด์มาร์ก’ หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม ที่ชาวนครพนม และนักท่องเที่ยวสามารถมาใช้เวลา แห่งความสุขร่วมกับคนในครอบครัว และยังได้ทำความรู้จักกับกาแฟขี้ชะมด ที่นครพนม
ภายในไร่กาแฟขี้ชะมด บลูโกลด์ เต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สวนน้ำบลูโกลด์ Bluegold Water Park, สวนดอกไม้ Bluegold Garden, ศูนย์การเรียนรู้, สนามโกคาร์ท, กิจกรรมนั่งรถม้าชมรอบไร่, บลูโกลด์ แคมปิ้ง ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างเม็ดเงินกลับคืนให้ชุมชนโดยรอบ กระตุ้นเศรษฐกิจ อ.โพนสวรรค์ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ขยายรสชาติแห่งความสุขผ่านแก้วกาแฟ
โมเดลธุรกิจของกาแฟขี้ชะมดบลูโกลด์ นับเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่ เฟลม-เกียรติศักดิ์ คำวงษา ได้สลัดภาพเด็กหนุ่มผู้ชำระหนี้ให้กับครอบครัว สู่การเป็นผู้บริหารมากความสามารถ ที่ผสมรสชาติแห่งเอาความรัก และความมุ่งมั่น ลงไปในแก้วกาแฟทุกแก้ว ออกมาเป็นกาแฟขี้ชะมดรสเลิศ ที่พากาแฟบลูโกลด์และชุมชน เติบโตไปพร้อมกัน จนประสบความสำเร็จ ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทย ให้มีคุณภาพไม่แพ้กาแฟระดับโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
หากอยากรู้ว่ารสชาติจากชุมชนสู่มือคุณเป็นอย่างไร สามารถไปลิ้มรสชาติแห่งความอร่อยจากความตั้งใจได้ที่ ร้านกาแฟขี้ชะมดบลูโกลด์ 9 สาขา
📍โรบินสัน มุกดาหาร ชั้น 1 โซนศูนย์อาหาร
📍โรบินสัน ร้อยเอ็ด ชั้น 1 ใกล้กับทางเข้าประตู 1
📍เซ็นทรัล อุดรธานี ชั้น 2 ตรงข้าม Power Buy
📍เซ็นทรัล ขอนแก่น ชั้น 2 โซนธนาคาร
📍เซ็นทรัล นครราชสีมา ชั้น G หน้า Tops Supermarket
📍เซ็นทรัล อุบลราชธานีชั้น 3 ตรงข้าม Swensen’s
📍สาขาโรบินสัน สกลนคร ชั้น 1 ตรงข้าม Pizza Hut
📍เซ็นทรัล ชลบุรี ชั้น G หน้าโซนศูนย์อาหาร
📍โรบินสัน อมตะนคร ชลบุรี ชั้น 1 บริเวณหน้าลานมินิพลาซ่า
และกำลังเตรียมเปิดอีก 2 สาขาใหม่ ให้ชาวพื้นที่ภาคเหนือได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟพรีเมียม ที่สาขาเซ็นทรัลเชียงใหม่ ในวันที่ 6 มีนาคม และสาขาเซ็นทรัลเชียงราย ในวันที่ 20 มีนาคม
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://bluegoldcoffee.com/coffee-branch/