คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน “คลื่นความถี่” ที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ การสื่อสารโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ การแพทย์ การศึกษา หรือการดูหนังฟังเพลง กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็วในการดำเนินชีวิต ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงยุค 5G ที่เปลี่ยนโฉมโลกการสื่อสารและเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด อย่างที่เราเห็นได้ชัดถึงความรวดเร็วในการท่องโลกอินเทอร์เน็ต
แม้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่คนยังเกิดความวิตกกังวล เกี่ยวกับอันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ และอันตรายจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณมือถือ อย่างความเชื่อที่ว่า ห้ามวางโทรศัพท์ไว้บนหัวนอนเพราะเสี่ยงเป็นเนื้องอก หรือคลื่นมือถือเป็นสิ่งอันตราย สามารถก่อให้เกิดมะเร็งหากใช้งานบ่อย
ข้อสงสัยเหล่านี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)และนักวิชาการได้ออกมาให้ข้อมูลที่ถูกต้องว่า สัญญาณโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยองค์การระหว่างประเทศ International Agency for Research on Cancer : IARC ที่ทำหน้าที่สนับสนุนและวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ได้คลายข้อสงสัย และทลายความเชื่อเกี่ยวกับเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยได้ให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือ อยู่ในกลุ่ม 2B ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับผักดอง และกาแฟที่เรารับประทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว
เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เราเห็นและยืนยันว่า สนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากสัญญาณมือถือ, โทรศัพท์มือถือ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ปลอดภัยหายห่วงสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณมือถือ ไม่มีผลร้ายหรืออันตรายต่อสุขภาพ
รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันคลื่นที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคลื่นของสถานีวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ ซึ่งมีทั้งคลื่น 4G และคลื่น 5G ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลว่าคลื่นที่มองไม่เห็นเหล่านี้ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
แต่จริงๆแล้ว คลื่นที่ถูกนำมาใช้กับวิทยุ โทรทัศน์ และมือถือ เป็นคลื่นที่ปลอดภัย หรือต่อให้ในกรณีถ้ามีกำลังวัตต์สูงๆ ก็จะมีเพียงความร้อนเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเซลล์ในร่างกาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีในปัจจุบัน การทะลุทะลวงของคลื่นได้ถูกพัฒนา ยิ่งจำนวนจี (Generation) เยอะขึ้นเท่าไหร่ จำนวนวัตต์ก็ยิ่งต่ำลง ดังนั้นความร้อนก็จะลดลงเรื่อยๆ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นประชาชนมั่นใจได้เลยว่า คลื่นวิทยุที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม มีความปลอดภัยที่สูงขึ้น และเป็นกลุ่มที่ไม่ก่อไอออน จึงไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
นอกจากนั้น ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาที่มนุษย์ใช้โทรศัพท์ ได้มีการศึกษาวิจัยถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากการใช้โทรศัพท์มือถือกันอย่างจริงจัง แต่ยังไม่พบหลักฐานที่เพียงพอจะสรุปได้ว่า สนามแม่เหล็กไฟฟ้า จากสถานีฐานระบบโทรศัพท์มือถือ มีผลร้ายหรืออันตรายต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น สนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐานระบบโทรศัพท์มือถือจึงปลอดภัยต่อประชาชน