หากพูดถึงเมืองแห่งความเป็นเลิศ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี หลายคนอาจนึกถึง ซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) เป็นอันดับต้นๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เราต่างรู้จักกันดีอย่าง Google, Facebook หรือ Apple ก็ล้วนเติบโตมาจากสถานที่แห่งนี้ จนเรียกได้ว่า ซิลิคอน วัลเลย์ เป็นแหล่งผลิต บ่มเพาะบุคลากร นวัตกรรม และ เทคโนโลยี สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้
แต่รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันหากเหล่าบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทยอยากเติบโต ก็ไม่จำเป็นต้องตีตั๋วบินไกลถึงซานฟรานซิสโก ก็สามารถก้าวขึ้น เป็นยูนิคอร์นตัวต่อไปได้เช่นกัน เพียงมุ่งหน้าสู่ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ก็จะพบกับ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ตั้งอยู่ภายใน ‘วังจันทร์วัลเลย์’ (Wangchan Valley) เมืองหลวงแห่งนวัตกรรมอัจฉริยะ ที่จะยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมของคนไทยให้เติบโตและพร้อมแข่งขันในระดับโลก
VISTEC แห่ง ‘วังจันทร์วัลเลย์’ แหล่งผลิตนักวิทย์แห่งอนาคต
จากความตั้งใจของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงมีแนวคิดสร้างเมืองหลวงแห่งนวัตกรรม ที่จะยกระดับความสามารถคนไทยในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ด้วยศักยภาพ สิ่งแวดล้อม และความเพียบพร้อมให้ทัดเทียมนานาประเทศ
ปตท. จึงผนึกกำลังกับพันธมิตรครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ผ่านการสร้างสถาบันการศึกษา ผลิตบุคลากรและองค์ความรู้ชั้นแนวหน้า ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนถือกำเนิดเป็น สถาบันวิทยสิริเมธี (Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology) หรือ VISTEC
VISTEC คือสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับปริญญาโทและเอก เป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่การศึกษาและการเรียนรู้ (Education Zone) ภายในวังจันทร์วัลเลย์ ที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสร้างบุคลากร และองค์ความรู้ชั้นแนวหน้า ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการผ่าน 3 ภารกิจที่สำคัญ คือ
- การสร้างนักวิจัยระดับโลกที่รอบรู้และมีความเป็นผู้นำ (Cultivate Global Well-versed Leader)
- การบุกเบิกการวิจัยวิทยาศาสตร์ใหม่ เพื่อการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรม (Create Frontier Science and Innovation)
- การนำความรู้ไปขับเคลื่อนการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และสอดรับกับทิศทางระดับโลก (Contribute to National Demands and Global Challenges)

VISTEC วิชาการเด่น ดันธุรกิจรุ่ง
นอกจากการบ่มเพาะรากฐานความรู้ทางวิชาการที่เข้มแข็ง จนได้รับรางวัลความสำเร็จด้านงานวิจัยในระดับอาเซียนและระดับโลก ทั้งในด้านผลงานวิจัย ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก และได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ Nature Index (www.natureindex.com) ให้เป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยด้านเคมี (Chemical sciences), วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life sciences) และวิทยาศาสตร์รวมทุกสาขา (All sciences) เป็นอันดับ 2 ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical sciences) นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 3 ด้านเคมี (Chemical sciences) ในระดับอาเซียน รวมถึงได้รับการจัดอันดับที่ 12 ของมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกที่ก่อตั้งมาไม่เกิน 30 ปี อีกด้วย
เพื่อผลักดันประเทศไทยไปอีกขั้น VISTEC ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา และนำเสนอผลงานวิจัยที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ รวมถึงพร้อมผลักดันสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดภาคธุรกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังสร้างคุณค่าให้กับสังคมอีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ

1. นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ (AI and Robotics) จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IST) ในงานวิจัยด้าน AI และหุ่นยนต์ เช่น งานวิจัย AI ที่สามารถปรับใช้ในงานด้านต่างๆ สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานระบบ AI ให้สามารถใช้งานได้สะดวกมากขึ้น รวมถึงการพัฒนา AI ในการใช้งานที่หลากหลาย ได้แก่ การพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนไหวในพื้นที่ซับซ้อน โดยได้รับแรงบันดาลใจของการเคลื่อนไหวของชีวิตในธรรมชาติ เช่น แมลงหรือหนอน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือทางการแพทย์ ช่วยสนับสนุนและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานแต่ละบุคคล เป็นต้น

2. นวัตกรรมการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Energy Storage and Environmentally Friendly Innovation) จากสำนักวิชาวิทยาการพลังงาน (ESE) และสำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล (MSE) โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้านเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน พัฒนาแบตเตอรี่และวัสดุคุณภาพสูง เช่น การพัฒนาสารตั้งต้นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนให้มีระยะการใช้งานยาวนาน มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาวัสดุที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นสารที่มีมูลค่าสูง
3. นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล (BSE) มุ่งเน้นการพัฒนาด้านเซลล์และเอนไซม์ในระดับสูง เพื่อใช้ประโยชน์เชิงการแพทย์ และการเพิ่มมูลค่าของขยะอินทรีย์ โดยมีงานวิจัย เช่น การทำชีววิทยาสังเคราะห์และพัฒนาเอนไซม์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปตามการใช้งาน
นอกจากนี้ VISTEC ยังเห็นถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยชั้นแนวหน้าเข้าสู่การพัฒนา เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ จึงได้จัดตั้งนิติบุคคลภายใต้ชื่อ บริษัท วิสอัพ จำกัด (VISUP Company Limited) ทำหน้าที่บ่มเพาะและผลักดันให้เกิดวิสาหกิจเริ่มต้น (startup) แบบเทคโนโลยีเชิงลึก (deep technology) ปัจจุบันมีโครงการที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว คือ บริษัท วิสัย เอไอ จำกัด (VISAI Company Limited) มีผลิตภัณฑ์หลักคือการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับบุคคลทั่วไป และในอนาคต VISUP มีแผนผลักดันให้เกิดสตาร์ทอัพอีกอย่างน้อย 3 โครงการภายในปี 2025
ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ที่สามารถสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะในระดับประเทศ แต่หมายรวมถึงระดับโลก ที่มนุษยชาติล้วนได้ประโยชน์ และเชื่อมั่นได้เลยว่า อีกไม่นานเกินรอ ‘วังจันทร์วัลเลย์’ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างบทบาทความเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทย ให้ทัดเทียมนานาประเทศ