สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพฯ มักพบค่าคุณภาพอากาศหรือค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในช่วง ฤดูหนาวของทุกปีและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ดังนั้น ในปี 2566 กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ด้วยการบริหารจัดการของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกพร้อมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งกรุงเทพมหานครได้กำหนด 3 มาตรการหลักในการดูแลและควบคุมการฟุ้งกระจายของฝุ่น คือ

การเฝ้าระวัง (Monitor) กำจัดต้นตอ (Reduce) และ ป้องกันสุขภาพ (Protect)

ด้านการเฝ้าระวัง (Monitor)

กทม. ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและปริมาณฝุ่น PM 2.5 ด้วยการใช้เทคโนโลยี อาทิ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ รายงานสภาพอากาศและปริมาณฝุ่นผ่าน Line Alert ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชน หรือเช็กข้อมูลด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK หรือ www.airbkk.com และการได้รับความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยเฝ้าระวังและร่วมรายงานผ่าน Traffy Fondue เป็นต้น

รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องการเฝ้าระวังฝุ่น PM 2.5 ได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของ กรุงเทพมหานคร หรือ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร

ด้านการกำจัดต้นตอ (Reduce)

การแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 กทม. มีการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง และใช้มาตรการเชิงรุก ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องทั้งในสภาวะปกติและช่วงวิกฤต เพื่อควบคุมต้นตอของจุดกำเนิดฝุ่น PM 2.5 จากต้นทาง อาทิ เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมฝุ่นละอองจากยานพาหนะและภาคอุตสาหกรรม ตรวจสอบพร้อมให้คำแนะนำแก่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากประชาชนและทุกภาคส่วนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง เช่น การบำรุงรักษาเครื่องยนต์เพื่อลดมลพิษ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เป็นต้น

ด้านการป้องกันสุขภาพ (Protect)

กลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 มี 4 กลุ่ม คือ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และหลอดเลือด รวมไปถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง
ในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ยังอยู่ในระดับที่อันตราย แนะนำให้ทุกคนป้องกันตนเอง โดยยึดหลัก “ติด งด ย้ำ จำ”

ติด >> ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ตนเองอยู่เสมอ

งด >> งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง เช่น งดสูบบุหรี่ งดการเผาในที่โล่งแจ้ง เป็นต้น

ย้ำ >> ย้ำเตือนการสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น เมื่อต้องอยู่นอกอาคาร

จำ >> จำกัดเวลาในการทำกิจกรรมหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรืออาคาร

นอกจากนี้ กทม. ยังมีมาตรการรองรับและป้องกันกลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้อีกด้วย ได้แก่

– การแจ้งเตือนความเข้มข้นของค่าฝุ่นผ่านสีธงภายในโรงเรียน เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ พร้อมให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ค่าสีที่บ่งบอกความรุนแรงของฝุ่นในแต่ละวัน

– เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศของ กทม. ใน 5 โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ไวต่อการเกิดอาการจากมลพิษทางอากาศ การปฏิบัติตนและป้องกันการเกิดอาการของผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ และติดตามสุขภาพในระยะยาว ดังนี้

  1. คลินิกมลพิษทางอากาศโรงพยาบาลกลาง
  2. คลินิกมลพิษทางอากาศโรงพยาบาลตากสิน
  3. คลินิกมลพิษทางอากาศโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
  4. คลินิกมลพิษทางอากาศโรงพยาบาลราชพิพัฒน์
  5. คลินิกมลพิษทางอากาศโรงพยาบาลสิรินธร

ช่องทางการติดต่อ: 👥 Facebook: @prmsdbangkok /🖥️ เว็บไซต์ www.msddbangkok.go.th/ Line ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสุขภาพ MIL Center

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน