นับเป็นก้าวที่ “กล้า” ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ที่ก้าวข้ามข้อจำกัด นอกเหนือจากภารกิจสนับสนุนและขับเคลื่อนการค้าการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ยังมุ่งสู่บทบาท “ธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศไทย” ด้วยจุดยืนใหม่ที่จะทำหน้าที่มากกว่าธนาคาร (Beyond Banking) สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทุกขนาด รวมทั้งคนตัวเล็กในชุมชนและท้องถิ่น สามารถเข้าสู่ Supply Chain การส่งออกได้มากขึ้น นำมาซึ่งรายได้ของครัวเรือนและรายได้ประเทศ
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ภารกิจการสร้างนับรบเศรษฐกิจไทยหรือเพิ่มจำนวนผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ง่าย ๆ หากประชาชนและผู้ประกอบการในภาคธุรกิจยังคงมีปัญหาหนี้สินรุมเร้า ดังนั้น EXIM BANK จึงได้เปิดโครงการ “EXIM เพื่อคนตัวเล็ก” ช่วยเหลือและเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจระหว่างประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการ SMEs ที่ทำธุรกิจเชื่อมโยงกับ Supply Chain การส่งออก โดยใช้เครื่องมือ “3 เติม” ได้แก่ “เติมความรู้ เติมโอกาส และเติมเงิน” ดูแลให้คำปรึกษา บ่มเพาะ สร้างโอกาส และเติมเงินทุนอย่างใกล้ชิดและครบวงจร
ภายใต้โครงการ “EXIM เพื่อคนตัวเล็ก” จะมีกิจกรรมต่อเนื่องออกมาตลอดทั้งปี โดยเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการ Kick off “คลินิก EXIM เพื่อคนตัวเล็ก” ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ให้คำปรึกษาและบริการเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินภาคประชาชน เพื่อให้เริ่มต้นกิจการค้าขายได้ โดย EXIM BANK นำร่องจับมือกับพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือ บสย. F.A. Center ให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าของธนาคาร ผู้ที่ประกอบธุรกิจ และประชาชนทั่วไปที่ติดต่อเข้ามาทาง Facebook Page “ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร Dr.Rak Vorrakitpokatorn” และ “EXIM Bank of Thailand” กว่า 200 ราย เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพทางการเงิน ให้คำปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างหนี้ การเติมเงินทุนเพื่อให้สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ตามความสามารถ บางรายที่มีศักยภาพจะพัฒนาขึ้นเป็นผู้ส่งออกก็จะบ่มเพาะให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออก

คุณสุจิตรา กองทรัพย์ อายุ 26 ปี ประชาชนที่ติดต่อเข้ามาทาง Facebook Page ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กล่าวว่า ตนเองกับสามีประกอบอาชีพซื้อขายทุเรียน แต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ไม่สามารถขายได้ ก็เลยค้างชำระหนี้ หลังจากกลับมาค้าขายได้ตามปกติจึงได้เคลียร์หนี้สินจนหมดและบัญชีเป็นปกติมา 6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีเครดิตเพียงพอจะกู้เงินก้อนใหม่จากสถาบันการเงินได้
คุณสุจิตรา กล่าวว่า สิ่งที่อยากได้คือ เงินทุนประมาณ 200,000-300,000 บาทไปซื้อทุเรียนจากโรงรับซื้อทุเรียนเพื่อนำไปส่งออกหรือล้ง แล้วเอามากระจายขายปลีกตามตลาด เดิมทีรู้สึกท้อแท้เพราะหาทางออกไม่ได้ แต่ได้พูดคุยกับดร.รักษ์แล้วรู้สึกมีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อ จึงติดต่อเข้ามาและได้รับการติดต่อกลับอย่างรวดเร็ว การเข้ามาร่วมในโครงการ “คลินิก EXIM เพื่อคนตัวเล็ก” ทำให้รู้ว่าเราต้องทำอะไรต่อ เรามีปัญหาตรงไหนและจะแก้ไขอย่างไร มีคนบอกเราอย่างตรงไปตรงมา แม้บางปัญหาอาจจะยังแก้ไขไม่ได้ในตอนนี้ แต่ก็มีความหวังจะแก้ไขได้ในอนาคตข้างหน้า ทางธนาคารให้การต้อนรับดีมาก รู้สึกดีใจมากที่ได้มารู้จัก EXIM BANK อยากบอกคนที่มีปัญหาให้ลองติดต่อเข้ามา อย่างน้อยก็จะได้เห็นว่าควรแก้ไขปัญหาอย่างไร
ไม่เพียงคนที่มีหนี้เท่านั้นที่มาขอรับคำปรึกษา คุณวิชาพล มัธยมจันทร์ อดีตพนักงานบริษัทสายการบินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนเวลา (Early Retirement) พร้อมเงินทุนก้อนหนึ่ง ต้องการคำแนะนำว่า จะนำเงินไปลงทุนอะไรดี เช่น ลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ขอรับคำปรึกษาซึ่งก็ได้รับคำชี้แนะอย่างชัดเจนว่าควรจะเริ่มตรงไหนและจะดูความเสี่ยงอย่างไร การได้พูดคุยกับดร.รักษ์ทำให้มีกำลังใจ อยากทำธุรกิจและอยากให้ธนาคารอื่นมีโครงการแบบนี้เพื่อช่วยเหลือคนตัวเล็กในสังคม

ด้าน ดร.รักษ์ กล่าวว่า โครงการ “EXIM เพื่อคนตัวเล็ก” เป็นโครงการที่ธนาคารดำเนินการในรูปแบบของกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR ที่นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงินมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ ให้ความรู้ที่ถูกต้องในการทำธุรกิจและการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้เงินสินเชื่อสนับสนุน หากโครงการไปไม่ได้หรือไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ หรืออยากทำธุรกิจก็จะต้องไปเติมความรู้ก่อน ธนาคารจะจัดให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการอบรมความรู้บ่มเพาะกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้าของ EXIM BANK หรือหากต้องการหาตลาด ก็จะเติมโอกาสให้ด้วยการให้เข้าร่วมในแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ “EXIM Thailand Pavilion” และเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่ธนาคารจัดขึ้นเป็นระยะ ๆ แล้วสุดท้ายจึงจะเติมทุนให้ธุรกิจพร้อมเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ

“หากไม่มีการดำเนินการเป็นขั้นตอน แม้จะได้สินเชื่อจากธนาคารไป สุดท้ายก็จะกลับมาเป็นหนี้เสีย เราจึงต้องให้ความรู้ในการทำธุรกิจเป็นอันดับแรก นับจากนี้นายธนาคารของประเทศไทยนำโดย EXIM BANK จะลงถนนมากขึ้น เพื่อไปรับฟังปัญหาปากท้องของคนตัวเล็ก ผมจะทำหน้าที่ “นายธนาคารข้างถนนเพื่อคนตัวเล็ก” แก้ไข Pain Points ของผู้ประกอบการกลุ่มฐานราก พ่อค้าแม่ค้าที่อาจจะยังไม่กล้าเดินเข้ามาหา EXIM BANK เพราะไม่รู้จักและไม่รู้ว่าธนาคารทำอะไร เราจะ Go the Extra Mile เป็นมากกว่าธนาคาร เพื่อสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว