สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ เปิดเวที “สานพลัง สร้างนวัตกรรม สู่สุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน” ปี 2566 วาระ : พลังชุมชนท้องถิ่น ตอบโจทย์ประเทศ ระหว่างวันที่ 7 – 9 ก.ค. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยภายในงานมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 ร่วมเปิดงาน และมีภาคีเครือข่ายกว่า 4,000 คน เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในหัวข้อต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนผู้นำชุมชน-ผลักดันนโยบายครอบคลุม สู่ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เราจัดเวทีแลกเปลี่ยนนี้ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้เข้าร่วมประชุมหลายพันคน รวมทั้งผู้ที่ร่วมประชุมออนไลน์อยู่ที่บ้านตนเองตามจังหวัดต่างๆ ทำให้เราได้ตำตอบใหม่ๆ ข้อเสนอใหม่ๆ จากการพูดคุยกัน อีกทั้งยังเป็นเวทีที่เชื่อมโยงคนจำนวนมากเข้าหากัน มีทั้งตลาดให้แลกเปลี่ยนซื้อขายของจากชุมชนท้องถิ่นที่ต่างๆ และบูธให้ความรู้จากท้องถิ่นที่คนคึกคัก เนืองแน่นมาก สำหรับ สสส.นั้น เรามีแผนสุขภาวะชุมชน สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเชื่อว่าความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นเป็นทุนทางสังคม และศักยภาพให้กับทุกคน ทุกครอบครัว ทุกชุมชน ทุกตำบล เป็นฐานการพัฒนาที่สำคัญคือ 1.สานพลัง ทั้ง 4 สาน 1. พลังพื้นที่ 3,526 ตำบล 2. พลังผู้นำ 397,771 คน 3.พลังนวัตกรรม ทั้งเชิงระบบ กระบวนการ เทคนิค 4. องค์กรเป็นโครงข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ องค์กรร่วมพัฒนาเอกชน 2.สร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนเป้าหมายหลัก 7 ประเด็น + 1 คือ 1.ยาสูบ 2.แอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด 3.อาหาร 4.กิจกรรมทางกาย 5.ความปลอดภัยทางถนน 6.สุขภาพจิต 7.มลพิษจากสิ่งแวดล้อม และ + ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่เป็นปัญหาสุขภาพอุบัติใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต 3.สร้างสังคมสุขภาวะ นำไปสู่การสร้างสังคมสุขภาวะที่สอดประสานกับปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ

“ขอชวนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่น ร่วมเดินทางสู่ทศวรรษที่สามของ สสส. โดยเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ได้แก่ การสร้างรูปแบบชุมชนเข้มแข็งที่รองรับชุมชนที่หลากหลายกว่าเดิม ทั้งความหลากหลายเชิงภูมิศาสตร์ระดับต่างๆ จากฐานหลักที่ตำบลในปัจจุบัน สู่หมู่บ้าน อำเภอจังหวัด มหานคร พัฒนาหลากหลายทางเข้า โดยอาจมี “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” นอกเหนือจากผู้นำท้องถิ่นท้องที่ก็ได้ ถ้ามีความเหมาะสม “กลไกสนับสนุน” ปรับตามสังคมที่เปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตใหม่ ปัญหาสุขภาวะใหม่รวมถึงดึงคนรุ่นใหม่ร่วมเป็นแกนนำ และโดยปรับตามเทคโนโลยี ดิจิตอล และท้ายสุด ด้วยการพิสูจน์ถึงผลลัพธ์ทางสุขภาพจากชุมชนที่เข้มแข็งที่วัดได้จากระบบฐานข้อมูลที่วางไว้” ดร.สุปรีดา กล่าว

ต่อมานายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันขับเคลื่อน และผลักดันให้มีการดำเนินการ ครอบคลุม 8 ประเด็นในการสานพลังร่วมสร้างสุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน 26 เป้าหมาย ได้แก่ 1.ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะที่เท่าเทียม 2.ร่วมสร้างเศรษฐกิจชุมชนวิถีใหม่ สนับสนุนการรวมกลุ่ม กลุ่มอาชีพ 3.การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ สร้างข้อตกลงของชุมชนท้องถิ่นในการตั้งรับปรับตัว จัดทำแผนรับมือจัดการภัยพิบัติ 4.วิวัฒน์ระบบสุขภาพ กระจายอำนาจสู่ชุมชน 5.ร่วมสร้างคุณภาพสังคมสูงวัย 6.ร่วมสร้างระบบอาหารชุมชน เพื่อความมั่นคงทางอาหาร 7.ร่วมสร้างสังคมเกื้อกูลเพื่อดูแลกลุ่มจิตเวชและกลุ่มเปราะบาง 8.ร่วมสร้างสุขภาวะเขตเมือง ผลักดันให้มีการสนับสนุน และสานกันเป็นพลังของชุมชนท้องถิ่น เข้าสู่วาระการพัฒนาในทุกระดับเพื่อตอบโจทย์ประเทศ

นายสมพร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 วันที่มีกิจกรรมมา เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจะนำ 8 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นประเด็นของชาติในภาพรวม นำมาประกาศเจตนารมณ์เพื่อที่จะนำไปปฎิบัติในเครือใน 3,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ โดยนำศาสตร์พระราชามาเป็นเครื่องมือประสานพลังท้องถิ่น พี่น้องประชาชน ข้าราชการ มาขับเคลื่อนชุมชน ในขณะเดียวกันเราก็พยายามหาพลังจากส่วนนอกมาช่วยเหลือ ปีนี้ได้ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ภาครัฐฯ ภาคเอกชน องค์กรมหาชน มาช่วย สสส.พยายยามจะเสริมพลังซึ่งกันและกัน เอาท้องที่เป็นเป้าหมาย ให้เขารับผิดชอบตนเอง แต่จะพยายามนำพลังจากภายนอกไปช่วยเขา พลังบวกตรงนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชน เพื่อไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน หากเราสร้างพลังเล็กๆให้เกิดขึ้นได้ทุกอนุของชุมชน เชื่อว่า 7,000 ตำบลจะเป็นรากฐานของประเทศ ทำให้ประเทศอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ซึ่งเรามีขั้นตอนการทำงานที่ต่อเนื่องอยู่ ต่อไปเราจะขับเคลื่อนไปสู่ขั้นตอนเป็นนโยบายเพื่อนส่งต่อไปยัง ครม.


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน