มีการคาดการณ์ว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า โลกจะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศา เมื่อเทียบกับช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม ดังนั้นเมื่อโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อย่างร้ายแรง เห็นได้จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นมากมายในสิบปีหลังมานี้ ทั้งพายุ แผ่นดินไหว ไฟป่า น้ำท่วมใหญ่ ภัยแล้งหนัก ไปจนถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมไปหลายประเทศ ถึงเวลาที่ทุกคนต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องโลกใบนี้ เช่นเดียวกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. องค์กรที่ทำธุรกิจสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมอย่างต่อมาโดยตลอด

ครั้งนี้เพื่อสานต่อภารกิจช่วยโลก โครงการ “ปตท. จุดพลังชีวิต พลิกผืนป่า” 1 ต้นกล้า… สู่ป่าล้านที่ 2” จึงเกิดขึ้น

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ ปตท. ได้เริ่มปลูกป่า 1 ล้านไร่ใหม่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าวังเพลิง ป่าม่วงค่อมและป่าลำนารายณ์ ตำบลมหาโพธิ อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ที่ทางกรมป่าไม้ได้จัดสรรพื้นที่มาให้
สำหรับโครงการ ปตท. จุดพลังชีวิต พลิกผืนป่าฯ มีเป้าหมายปลูกป่าเพิ่มอีก 1 ล้านไร่ นับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ ปตท. ตั้งใจใช้ขับเคลื่อนให้ประเทศมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ได้สำเร็จ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ยังได้เล่าถึงภารกิจการปลูกป่าครั้งแรกของ ปตท. ว่า นับตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา ปตท. ได้ดำเนินงานฟื้นฟูป่าทั่วประเทศไปแล้ว 1 ล้านไร่ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สะสมเฉลี่ย 2.14 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และปล่อยก๊าซออกซิเจน (O2) คืนสู่ชั้นบรรยากาศถึง 1.7 ล้านตันออกซิเจนต่อปี ทั้งยังชดเชยการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของรถยนต์ส่วนบุคคลได้มากกว่า 1 ล้านคัน รวมถึงสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของชุมชนมากกว่า 280 ล้านบาทต่อปี
“การทำงานของ ปตท. เรายึดมั่นพันธกิจการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ พร้อมให้ความสำคัญเรื่องดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปลูกป่า วันนี้จึงถือเป็นวันดีที่ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะทางกรมป่าไม้ที่ช่วยให้พื้นที่ป่าสงวน เครือข่ายชุมชนต่างๆ ที่มาร่วมลงมือลงแรงช่วยกัน โดยในแปลงแรกนี้ ปตท. จะปลูกต้นไม้จำนวน 4,500 ต้น และจะขยายให้ได้ครบ 1 ล้านไร่ ภายในปี 2030” นายอรรถพล เผย

ซึ่งการปลูกป่าจะยั่งยืนได้ ต้องมีการวางแผนรักษาป่าระยะยาว โดย ปตท. ได้จัดฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) รอบพื้นที่แปลงปลูกป่าแล้ว 174 รุ่น มีผู้ผ่านอบรม 21,184 คน ในพื้นที่ 135 ตำบล 44 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมการดูแลพื้นที่แปลงปลูกป่า ปตท. กว่า 785,900 ไร่ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินโครงการเพื่อความยั่งยืนของพื้นป่าอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการเยาวชน ปตท. รักษาป่า โครงการอาสาสมัครป้องกันไฟป่า รวมไปถึงจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน ปตท. พัฒนา ทั้งยังก่อตั้ง สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. (PTT Reforestation and Ecology Institute) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ดำเนินบำรุงรักษาและติดตามผลสัมฤทธิ์ของแปลงปลูกป่า ปตท. รวมทั้งพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศ เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษา วิจัย และเผยแพร่ขยายผลองค์ความรู้สู่สาธารณะ

นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้อำนวยการสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. กล่าวถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการฯ ว่า กิจกรรมคิกออฟโครงการ ปตท. จุดพลังชีวิต พลิกผืนป่า 1 ต้นกล้า สู่ป่าล้านที่ 2 ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ ปตท. โดยเริ่มต้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติฯเป็นแห่งแรก ซึ่งได้รับการจัดสรรพื้นที่จากกรมป่าไม้จำนวน 413 ไร่ ในท้องที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) โดย ปตท. ได้จัดเตรียมพันธุ์ไม้พื้นถิ่นจำนวน 25 ชนิด อาธิ ประดู่ป่า พะยอม แดง มะค่าแต้ และตะแบก มาปลูก เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่แห่งนี้
ปัจจุบัน ปตท. ให้ความสำคัญกับการปลูกป่า เพื่อเพิ่มปริมาณการดูดซับและการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยในปีนี้ ปตท. ได้วางแผนการปลูกป่ารวมทั้งสิ้น 86,173 ไร่ ควบคู่กับการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER ที่จะยกระดับการปลูกฟื้นฟูป่าให้มีมาตรฐานเดียวกัน

“กิจกรรมคิกออฟครั้งนี้ นอกจากการปลูกป่า ปตท. ยังทำฝายชะลอน้ำ เพื่อกักเก็บและชะลอน้ำในช่วงฤดูฝนให้คงอยู่ในพื้นดินได้นานที่สุด รวมถึงช่วยกระจายและรักษาความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่และเป็นประโยชน์ต่อกล้าไม้ที่ปลูกใหม่
“ปตท. พร้อมเป็นกำลังขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ความยั่งยืน มุ่งพัฒนาธุรกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป็นองค์กรที่ดีของสังคมควบคู่กับดูแลผู้มีความได้ส่วนเสียอย่างสมดุล พร้อมจุดพลังและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมทั้งดูแลสังคมและทรัพยากรธรรมชาติให้เติบโตเคียงข้างกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป” ผู้อำนวยการสถาบัน กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

ด้าน นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่แห่งนี้ว่า กรมป่าไม้ยินดีสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับ ปตท. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กรมป่าไม้กับ ปตท. ได้วางไว้ เพื่อเป็นแนวทางความร่วมมือการปลูกป่าและบำรุงรักษาป่าปลูกใหม่ รวมทั้งบำรุงรักษาและฟื้นฟูป่าที่ ปตท. ได้ดำเนินการมาแล้ว 1 ล้านไร่ก่อนหน้านี้ โดยในปีนี้กรมป่าไม้ได้จัดสรรพื้นที่ปลูกป่าให้แก่ ปตท. จำนวน 15,000 ไร่ และมีแผนการจัดสรรพื้นที่ปลูกป่าในปีต่อๆ ไป เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว รวมทั้งแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดในรูปแบบของคาร์บอนเครดิต
“โอกาสนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมของ ปตท. ในการปลูกต้นไม้ต้นแรกของโครงการ ปตท. จุดพลังชีวิต พลิกผืนป่า 1 ต้นกล้า สู่ป่าล้านที่ 2 ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าวังเพลิง ป่าม่วงค่อมและป่าลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่สีเขียว และสร้างสรรค์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประเทศไทยสืบไป” อธิบดีกรมป่าไม้ ปิดท้าย
ปัญหาโลกรวน เป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไข เริ่มง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ลดการใช้พลาสติก เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายหรือนำไปรีไซเคิลได้ รู้จักแยกขยะให้ติดเป็นนิสัย หรือเลือกใช้ขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพียงแค่นี้ก็ช่วยทำให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น