อพท. ดัน ‘Smart DASTA’ เปิดมิติใหม่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รองรับไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวให้ผู้สูงอายุและผู้พิการได้มากขึ้น ครอบคลุมการค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว การวางแผนการเดินทาง การค้นหาที่พัก การนำทางและนำเที่ยว รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่รองรับผู้พิการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเริ่มต้นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้ ในแอปพลิเคชันเดียว

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. จัดงานเปิดตัว แอปพลิเคชันด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Smart DASTA) เพื่อรองรับการท่องเที่ยวแนววิถีชีวิตแนวใหม่ (New Normal) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุ ช่วยอำนวยความสะดวกในการออกไปใช้ชีวิตท่องเที่ยวนอกบ้านให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมี ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ อพท. เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ณ โรงแรม เบสท์เวสเทิร์น

ดร.ชูวิทย์ ฉายภาพการพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชันด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Smart DASTA) ว่า อพท. ให้ความสำคัญในการให้บริการข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม สินค้า และบริการในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่มีความถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้ขีดจำกัด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในด้านการค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว การวางแผนการเดินทาง การค้นหาที่พัก การนำทางและนำเที่ยว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ ครอบคลุมการอำนวยความสะดวกไปยังกลุ่มผู้พิการและกลุ่มผู้สูงอายุ ให้สามารถเริ่มต้นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้

“วันนี้นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ ในเรื่องการตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม การดำเนินงานของเราแม้จะไม่ได้ทำเรื่องท่องเที่ยวโดยตรง แต่เป้าประสงค์คือทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ สามารถเข้าถึงความสุขได้เฉกเช่นเดียวกับคนปกติ จากการท่องเที่ยว นี่คือสิ่งที่เราพยายามทำเพื่อตอบโจทย์เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก”

รองผู้อำนวยการ อพท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่โลกของสังคมสูงวัย (Aging society) และสังคมคนพิการ (Disabled society) ประชากรในรุ่น Baby Boomer หรือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489-2507 ได้เข้าสู่ช่วงอายุ 65 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้สูงอายุมากขึ้น และอายุที่เพิ่มมากขึ้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดความพิการของแต่ละบุคคลอีกด้วย

โดยข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ในปี 2565 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้พิการอยู่ที่ประมาณ 4.19 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของประชากรไทยทั่วประเทศ ในขณะที่ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566 พบว่า จำนวนผู้สูงอายุสัญชาติไทย (อายุเกิน 60 ปี) มีจำนวนประมาณ 13 ล้านคน จากจำนวนประชากรไทยทั้งสิ้น 65 ล้านคน หรือราวร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ เมื่อรวมกันแล้วจะเห็นว่า กลุ่มผู้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงความสุขในแหล่งท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้การดูแลที่ดีนัก

“อพท. เล็งเห็นว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน และมีความสำคัญทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ หากสามารถส่งเสริมให้กลุ่มผู้พิการและกลุ่มผู้สูงอายุออกมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นได้ใกล้เคียงกับประชากรโดยปกติแล้ว จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งยังช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศได้อีกด้วย จึงได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Smart DASTA ให้มีความสะดวกในการใช้งาน ทำให้การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษ ของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุค New Normal พร้อมทั้งสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการสร้างชุมชนแห่งความสุข และส่งเสริมการท่องเที่ยวเกิดการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย รวมทั้งตอบเป้าหมายในประเด็นการท่องเที่ยว ตามกรอบการดำเนินงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเกณฑ์การพัฒนาหน่วยงานราชการ PMQA 4.0 ของรัฐบาลได้อีกด้วย

“นอกจากบทบาทการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ แอปพลิเคชันดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หันมาให้คนสนใจกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการดำเนินการปรับปรุง มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างเป็นบรรทัดฐาน เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกของสหประชาชาติ ในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เปิดตัวแอปพลิเคชัน Smart DASTA ในวันนี้ อพท. คาดหวังว่าจะกลายเป็นเครื่องมือในการลดช่องว่างในเรื่องการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นให้ผู้พิการเกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ รวมถึงเป็นเครื่องมือที่มีส่วนในการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป” ดร.ชูวิทย์ กล่าวเปิดงาน

ด้าน ผศ.ดร. กัลยา สว่างคง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และอาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้บรรยายพิเศษเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยว ในหัวข้อ “การท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ ความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” ว่า แนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจในปัจจุบัน คือ Tourism for All หรือการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ซึ่งไม่ได้หมายถึงการท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงคนทุกคน เป็นการท่องเที่ยวเพื่อคนทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งเรื่องนี้ถูกประกาศผ่านองค์การท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ในปี 2016 ว่า ‘อยากให้ทุกคนเข้าถึงการท่องเที่ยวได้อย่างเท่าเทียม’

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้สูงมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นเรื่องของการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ ในขณะที่แผนพัฒนาแห่งชาติฉบับที่ 13 ได้มีการเน้นย้ำเรื่องบริการทางสังคมที่เหมาะสม เข้าถึงและเป็นธรรม จะเห็นว่าองค์กรต่างๆ ทั้งระดับโลกและระดับประเทศต่างแสดงให้เห็นว่า ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมอย่างมาก

นอกจากนั้นยังมีรายงานที่น่าสนใจ ที่สะท้อนถึงทิศทางแนวโน้มของตลาดจากยุโรปว่า ภาพรวมมูลค่าการท่องเที่ยวสำหรับคนพิการในยุโรป ซึ่งมีการคำนวณรายได้ทางการท่องเที่ยวในปี 2025 จะสูงถึง 88.6 พันล้านยูโร กรณีที่นักท่องเที่ยวผู้พิการเดินทางเพียงลำพัง แต่หากนักท่องเที่ยวผู้พิการเดินทางพร้อมกับเพื่อนและครอบครัวเฉลี่ย 2 คน จะมีรายได้การท่องเที่ยวสูงถึง 265.6 พันล้านยูโร

“ประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวของคนทั้งมวลจะสำเร็จได้ ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 เรื่อง คือ 1.นโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจน 2.เทคโนโลยีที่เข้ามารองรับ และ 3.บุคลากรที่มีความพร้อม ซึ่งหากมีองค์ประกอบครบ มีโอกาสที่จะเป็นไปได้สูงมากที่สังคมเราจะทำได้สำเร็จ นอกเหนือจากองค์ประกอบด้านต้น สิ่งที่สำคัญคือเราใช้แว่นไหนในการมองนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ เราใช้แว่นไหนในการมอง เพราะอุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลคือเรื่องของทัศนคติ จึงอยากฝากไว้ว่า อย่าตัดสินความไม่สมบูรณ์แบบของใครด้วยสิ่งที่คุณคิดว่ามันสมบูรณ์แบบ แต่เราสามารถช่วยกันปรับเรื่องการท่องเที่ยวให้กลายเป็นเรื่องความเท่าเทียมของทุกๆ คนบนโลกได้” ผศ.ดร. กัลยา กล่าว

Smart DASTA จะกลายเป็นแอปพลิเคชันกลางด้านการท่องเที่ยว ที่พร้อมให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว รูปภาพ ข่าวสาร กิจกรรม เทศกาลงานประเพณี สินค้าและบริการ พร้อมทั้งข้อมูลที่มีความจำเป็นกับกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุ อาทิ สิ่งอำนวยความสะดวกของสถานที่ต่างๆ ที่รองรับผู้พิการ เช่น ทางลาด ห้องน้ำผู้พิการ ที่จอดรถผู้พิการ เป็นไปตามแนวคิด “อารยสถาปัตย์ (Friendly Design) การออกแบบที่เป็นมิตรกับคนทั้งมวล แสดงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมกับระบบแผนที่ออนไลน์ ทำให้ง่ายและสะดวกในการค้นหาข้อมูลหรือเส้นทางที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นยังรองรับฟีเจอร์การค้นหาสถานที่ด้วยเสียง (Voice to Text) สำหรับผู้ที่มีภาวะพิการทางด้านร่างกาย ทั้งยังมี ระบบทำงานร่วมกับโปรแกรมช่วยอ่านออกเสียง (Screen Reader, Text To Speech) สำหรับผู้พิการทางสายตาได้ และรองรับการค้นหาสถานพยาบาล สถานีตำรวจ หน่วยงานราชการและจุดบริการ ที่อยู่ใกล้เคียง และเชื่อมโยงการแจ้งเหตุด้วยการโทรหรือส่งข้อความ เพื่อขอความช่วยเหลือพร้อมระบุพิกัดที่เกิดเหตุได้ ผ่านระบบบริการของ V-Check รูปแบบ Mobile Application

พร้อมเปิดประสบการณ์ในการท่องเที่ยวแนววิถีชีวิตแนวใหม่ (New Normal) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในแอปพลิเคชันเดียว ใช้งานที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ตลอดเวลา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดและใช้บริการได้แล้ววันนี้ รองรับการท่องเที่ยวมิติใหม่ใช้ได้ทั้งเว็บไซต์ และ Mobile Application รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน