‘สุขภาพดี’ เป็นดั่งพรพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่คุณรัก แต่เชื่อได้เลยว่าไม่ว่าใครต่างก็ล้วนทราบดีถึงปัจจัยในการทำให้สุขภาพดี ไม่ว่าจะเป็น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ว่าจะถามใครก็สามารถตอบได้อย่างง่ายดาย แต่การปฏิบัติตามให้ครบทุกข้อกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
และเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน คำว่าสุขภาพดี ดูเหมือนจะยิ่งเป็นสิ่งที่ยากและไกลตัวออกไปอีกขั้น โดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิศที่รักงานอย่างเรามักมีอาการยอดฮิตอย่าง อาการอ่อนเพลีย เหน็บชา ชาตามปลายมือและปลายเท้า เป็นตะคริวง่าย ไม่สดชื่น ภาวะความเครียด จากการโหมทำงานที่เรารักอย่างไม่หยุดและพักผ่อนน้อย ซึ่งอาการข้างต้นเป็นสัญญาณเตือนขอความช่วยเหลือจากร่างกาย ที่พยายามต้องการบอกเราว่า ร่างกายกำลังขาด ‘วิตามินบี’

วิตามินบี เป็นกลุ่มของวิตามินที่ละลายในน้ำ ทำหน้าที่เผาผลาญน้ำตาลในอาหารที่รับประทาน ให้กลายเป็นพลังงาน มีบทบาทต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์ อีกทั้งเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ทว่าร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง ซึ่งจะได้รับผ่านการรับประทานอาหารประเภท ข้าว เนื้อสัตว์ กุ้ง หอย งา เมล็ดทานตะวัน และถั่วชนิดต่างๆ เป็นต้น
แม้ร่างกายจะสามารถรับวิตามินจากอาหารที่บริโภคได้ แต่อาหารที่เรารับประทานในแต่ละมื้อ อาจมีคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เพียงพอหรือลดลง จากกระบวนการขนส่งของผู้ผลิต การเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี กระบวนการปรุงอาหารที่ไหม้เกรียม ทั้งหมดล้วนทำให้คุณค่าของสารอาหารสูญเสีย โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุ นอกจากนี้รูปแบบกิจกรรมหรือพฤติกรรมก็มีส่วนทำให้ร่างกายต้องการวิตามินที่มากขึ้นเช่นกัน อาทิ นักกีฬา รวมถึงคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บ ผนวกกับรูปแบบวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ที่ผู้คนต่างทำงานจนหลงลืมที่จะดูแลตัวเอง จนเกิดอาการเจ็บป่วย ยิ่งกลายเป็นปัญหาที่ค่อยๆ สะสมในร่างกายที่อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต
อนุพันธ์วิตามินบี 1 ทางเลือกสุขภาพ
หนึ่งในทางเลือกที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้คือ การรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติม เมื่อร่างกายไม่สามารถรับสารอาหารได้เพียงพอ แต่เมื่อต้องเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทวิตามินเพื่อใช้เสริมสุขภาพ ควรต้องพิจารณาความเหมาะสมให้เข้ากับความต้องการส่วนบุคคล โดยมีสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือคุณภาพ ระยะเวลาการเก็บรักษา ความเหมาะสมของรูปแบบและวิธีการรับประทาน สารสกัด และที่สำคัญคือความน่าเชื่อถือและการได้รับการทดสอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุดต่อร่างกายของเรา

ซึ่งปกติร่างกายของเราสามารถดูดซึมวิตามินบี 1 ได้ค่อนข้างยาก แต่เฟอซัลไทอามีน หรืออนุพันธ์วิตามินบี 1 ที่คิดค้นโดยประเทศญี่ปุ่น จะสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าวิตามินบี 1 ถึง 7 เท่า โดยสามารถเข้าไปเติมพลังงานได้ถึงสมองและกล้ามเนื้อ ซึ่งวิตามินบี 1 ตัวอืนๆจะไม่สามารถทำได้
เฟอซัลไทอามีน จะเหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก และใช้เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดวิตามินบี 1 ได้ เช่น ปลายประสาทอักเสบ (Peripheral neuritis), อาการชาตามปลายมือปลายเท้า (Numbness of the extremities) โดยแนะนำให้ทานช่วงเช้าเพื่อให้รู้สึกมีพลัง
วิธีการรับประทานดังนี้
- เมื่อมีอาการอ่อนเพลีย ให้รับประทานครั้งละ 1 เม็ด เพื่อช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
- เมื่อมีอาการปลายมือปลายเท้าชา ให้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการชา และเมื่อมีอาการเมื่อยล้าตามร่างกาย
- ให้รับประทานครั้งละ 3 เม็ด หลังอาหารเช้า เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการเมื่อยล้าจากออฟฟิศซินโดรม
ทั้งนี้ ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ถึงแม้ว่าเราจะใส่ใจร่างกายดีแค่ไหน ร่างกายก็มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ ด้วยเหตุอันไม่คาดฝัน การหันมารักตัวเองผ่านการเลือกสรรสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกาย ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เราเดินทางสู่เส้นทางสุขภาพที่แข็งแรง แต่ต้องเน้นย้ำว่า วิตามินอาหารเสริม นั้นไม่ใช่อาหารจานหลัก ดังนั้นจึงไม่สามารถทานวิตามินได้เพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญจึงเป็นการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และจึงค่อยเสริมด้วยวิตามินที่ขาดหายให้ครบถ้วน
