ค่ายมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวน 45 ครอบครัวผู้โชคดีจากกิจกรรม “Mitsubishi e:MOTION VERSE เปิดมิติการขับขี่สุดท้าทาย” ไปสัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรม New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ในแบบ ‘Mitsubishi e:MOTION’ ที่หนองค้อ แอร์ฟิลด์ ชลบุรี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2567

ทั้ง New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งเจนเนอเรชั่นแรกที่ถูกออกแบบให้เป็นยนตรกรรมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เทคโนโลยีล่าสุดจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และมั่นใจในทุกเส้นทาง สนุกเร้าใจ ปลอดภัยในทุกสถานการณ์

ด้วย ‘Mitsubishi e:MOTION’ ที่มีที่มาจากคำว่า ELECTRIFIED MOTION การขับเคลื่อนที่ผสานพลังงานไฟฟ้า ด้วยการทำงานร่วมกันของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid System) ตอบโจทย์การใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ ให้การตอบสนองที่ดี ทั้งออกตัวและเร่งแซงได้อย่างทันใจ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร จากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 DRIVE MODE) ได้แก่ โหมดการชาร์จ (CHARGE MODE) โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% (EV PRIORITY MODE) โหมดธรรมดา (NORMAL MODE) โหมดถนนเปียกลื่น (WET MODE) โหมดถนนลูกรัง (GRAVEL MODE) โหมดถนนลาดยาง (TARMAC MODE) หรือโหมดสปอร์ต และโหมดถนนโคลน (MUD MODE) ให้ไดรฟ์เวอร์สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเผชิญกับสภาพถนนแบบไหนก็ให้ความปลอดภัย มั่นใจในทุกเส้นทาง

และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยให้ควบคุมความสมดุลขณะเข้าโค้งของรถได้อย่างแม่นยำ ท้ายรถไม่ปัด ปลอดภัยเหนือระดับยิ่งกว่า

New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ขับเคลื่อนเต็มกำลังด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด เต็มรูปแบบใหม่ ครั้งแรกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.6L MIVEC และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตั้งแต่การออกตัว การขับขี่ความเร็วต่ำ และความเร็วสูง แรงบิดสุงสุด 255 นิวตันเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกจังหวะของการเดินทาง พร้อมทั้งอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น

จุดเด่นของขุมพลังฟูลไฮบริดก็คือ เป็นการขับขี่อย่างนุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ ไร้เสียงรบกวนจากภายนอกและเครื่องยนต์ แต่ให้อัตราเร่งทรงพลัง ที่สำคัญประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม เพราะเป็นการใช้พลังงานขับเคลื่อนจากแบตเตอรี่

ยนตรกรรมฟูลไฮบริดถือว่าตอบโจทย์คนที่ลังเล หรือกังวลในรถอีวี 100% เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปจุดไหนของประเทศไทย ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาสถานีชาร์จ ยิ่งช่วงเทศกาลวันหยุดยาวถึงกับต้องสวมวิญญาณนักสู้หน้าตู้ชาร์จกันเลยทีเดียว

สำหรับทริป “Mitsubishi e:MOTION VERSE เปิดมิติการขับขี่สุดท้าทาย” ทางเจ้าภาพมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สร้างสนามทดสอบรูปแบบใหม่ ‘Night Test Drive’ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่า โดยมีทั้งหมด 5 สถานีเพื่อทดสอบทั้ง 7 โหมดการขับขี่ และคุณสมบัติของระบบความคุมความสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) รวมถึงสุดยอดขุมพลังฟูลไฮบริด ในแบบฉบับของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

เริ่มจากออกตัวแบบเบาๆ ที่จุดสตาร์ทสถานีแรก ทดสอบ CHARGE MODE กับ EV PRIORITY MODE โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% บังคับให้ขับผ่านอุปสรรคไปยังจุดหมายด้วยความเงียบ เพื่อที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแต่อย่างใด ผู้ขับจะได้รู้สึกถึงความนั่งสบาย ห้องโดยสารเงียบ ต่อด้วยสถานีที่สอง ผู้ขับต้องเลือกใช้ TARMAC MODE โหมดถนนลาดยาง โดยทดสอบอัตราเร่ง 0 – 100 ได้ขับขี่อย่างท้าทาย สัมผัสถึงอัตราเร่งที่พุ่งจริง แรงจริง และยังเบรกได้นุ่มนวลอีกด้วย ทำให้ขับได้อย่างมั่นใจ

ในสถานีที่สาม ทดสอบการใช้งานใน WET MODE และระบบ AYC มีการจำลองสถานการณ์เวลาฝนตกแล้วน้ำนอง หรือถนนเปียกลื่น โดยเฉพาะช่วงเข้าโค้ง ซึ่งสามารถควบคุมรถได้ดังใจ เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโหมดถนนเปียกลื่น กับระบบ AYC ที่ช่วยควบคุมความสมดุลขณะเข้าโค้ง

เช่นเดียวกับสถานีที่สี่ ทดสอบ GRAVEL MODE เป็นสถานีที่พื้นผิวถนนไม่สม่ำเสมอ บางจุดมีหลุมบ่อ ซึ่งคนใช้รถส่วนใหญ่ต้องเจอในชีวิตจริง การขับรถบนพื้นผิวถนนแบบนี้ ทำให้ล้อรถต้องยกตัวบางส่วน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเกาะถนนน้อยลง ผู้ขับจะต้องโชว์สกิลการควบคุมบังคับรถด้วย GRAVEL MODE ซึ่งสามารถผ่านไปได้อย่างสบาย ขับสนุก ตื่นเต้นไปกับการเข้า Slalom และเข้าโค้งแบบวงกลม ได้เห็นว่ารถยึดเกาะถนนได้ดีมาก

ปิดท้ายกันที่สถานีที่ห้า ทดสอบ MUD MODE ก็คือถนนโคลน อุปสรรคในการเดินทางเข้าป่าของสายแอดเวนเจอร์ โดยเป็นสถานีที่ต้องโชว์ประสบการณ์เฉพาะ บวกกับการเลือกใช้ MUD MODE เพื่อนำพาหนะบุกตะลุยไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ

ทั้ง 5 สถานีถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ด้วยกฎกติกาห้ามขับผิดทาง ห้ามชนอุปสรรค ต้องหยุดรถในเวลาที่กำหนด และต้องถึงจุดหมายตรงตามเวลาที่ตั้งไว้ โดยบรรดาไดรฟ์เวอร์ต่างออกปากว่า เป็นสนามทดสอบเสมือนใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งขับขี่ในเมือง และออกนอกเมืองในวันหยุด สามารถออกตัวและเร่งแซงได้ดังใจ แม้จะเป็นการทดสอบเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ทั้ง New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ก็ให้ความรู้สึกว่า สามารถเขับได้บนทุกสภาพพื้นถนนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

มีเสียงบอกเล่าจากส่วนหนึ่งของ 45 ครอบครัว ให้ความเห็นตรงกันว่า New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV มีช่วงล่างที่หนึบ ระบบ AYC ช่วยให้ถนนเปียกลื่นหรือโค้งก็เอาอยู่ ขณะเดียวกันก็เหยียบแล้วพุ่ง ต้องลองขับด้วยตัวเองสักครั้งรับรองว่าติดใจ

ทั้ง New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV กำลังรอให้ทุกคนมาสัมผัสกับประสบการณ์แบบ ‘Mitsubishi e:MOTION’ ด้วยตัวเอง ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์สทั่วประเทศ ลงทะเบียนทดลองขับที่ https://bit.ly/3WskAvp ข้อเสนอพิเศษ! สำหรับ 500 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนผ่าน Google Forms 👉 https://bit.ly/3LyVplr ภายในวันที่ 15 ส.ค. 67 พร้อมออกรถ New Mitsubishi Xpander HEV หรือ Xpander Cross HEV ภายในวันที่ 31 ส.ค. 67 รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 4,000 บาท

วันนี้ รับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน พร้อมแพ็กเกจ MITSUBISHI XTRA CARE ฟรี!

– รับประกันคุณภาพ 5 ปี*
– แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี*
– ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี*
– ฟรี ประกันชั้นหนึ่ง 1 ปี*
– ฟรี ประกันแบตฯ 10 ปี*
ด่วน! 18 ก.ค. 67 – 15 ส.ค. 67 เท่านั้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

รายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3xAqLoD

#eMOTIONVerse
#เปิดมิติการขับขี่สุดท้าทาย
#NewXpanderHEV
#NewXpanderCrossHEV
#มิตซูบิชิeMOTION
#MitsubishiMotors
#MitsubishiMotorsThailand
#ผลิตไทยมั่นใจคุณภาพ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน