‘การนอนหลับ‘ มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ การนอนหลับที่มีคุณภาพช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงเสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง เช่น ความจำ การเรียนรู้ และอารมณ์ แต่หากการนอนหลับไม่มีคุณภาพ อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย
เพื่อป้องกันอันตรายที่ไม่คาดคิด การตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพโดยรวมหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพคือ การตรวจการนอนหลับหรือ Sleep Test ซึ่งจะช่วยหาสาเหตุและความผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ ทำให้รับการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที

นพ.ชยานุชิต ชยางศุ แพทย์อายุรศาสตร์ประสาทวิทยา ประจำศูนย์โรคระบบสมอง ให้ข้อมูลว่า การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ คือ อาการนอนไม่หลับ หรือการนอนดึกแล้วตื่นสาย การนอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น รู้สึกนอนไม่พอ มีปัญหาอาการง่วงนอนช่วงกลางวัน รวมถึงมีปัญหาเรื่องสมาธิ เรื่องความจำ ในบางคนตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วมีอาการปวดหัว ความดันขึ้นสูงช่วงเช้า หรือมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาการเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากการนอนกรน และมีการหยุดหายใจในตอนกลางคืน
การนอนกรน 2 ประเภท
การนอนกรนแยกเป็น 2 ประเภท คือ การนอนกรนแบบธรรมดา สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจมีสาเหตุจาก น้ำหนักตัวมาก การนอนดึก ความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย การทำงานหนัก ทานยานอนหลับ หรือดื่มแอลกอฮอล์ ต่อมาคือ กลุ่มที่กรนและมีการหยุดหายใจ เรียกว่า มีการกรนและหยุดหายใจขณะหลับ เมื่อตื่นนอนจะมีอาการรู้สึกนอนไม่เพียงพอ ทั้งที่นอนมานาน ในบางคนมีอาการปวดหัว ความดันขึ้นสูง หรือมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ ช่วงบ่ายๆ จะมีอาการง่วงจนต้องงีบ ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องสมาธิ และความจำตามมา
“เมื่อไหร่ก็ตามที่เรากรน เราจะไม่รู้เลยว่าเป็นการกรนแบบธรรมดา หรือกรนแบบหยุดหายใจ เพราะฉะนั้นหากมีอาการตื่นนอนตอนเช้าแล้วมีความรู้สึกไม่สดชื่น ในตอนกลางวันรู้สึกง่วงจนต้องงีบ หรือมีปัญหาเรื่องสมาธิและความจำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีความดันสูงโดยเฉพาะในคนอายุน้อย อาการเหล่านี้ควรเข้ามาตรวจ Sleep Test เพื่อแยกประเภท”

Sleep Test ตรวจคุณภาพการนอนหลับ
สำหรับการตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test ผู้ป่วยต้องมานอนที่โรงพยาบาล 1 คืน เพื่อเข้ารับการตรวจแบบ Split Night (การแบ่งครึ่งคืน) โดยจะแบ่งการทดสอบออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะติดเครื่องเพื่อวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ ดูว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ เช็กคลื่นสมองว่าขณะนอนหลับมีการหลับ-ตื่นเป็นอย่างไร มีการนอนหลับลึก-หลับตื้นดีไหม ดูการเคลื่อนไหวของกะบังลม ดูการเต้นของหัวใจว่ามีการเต้นผิดจังหวะหรือไม่ ดูออกซิเจนในเลือด หากพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ครึ่งหลังจะเป็นการรักษาแบบใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก ที่เรียกว่า CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)
“ผู้ป่วยต้องเข้ามานอนที่โรงพยาบาล ช่วงเวลาประมาณ 5-6 โมงเย็น และติดเครื่องตั้งแต่ช่วง 2 ทุ่ม ไปจนถึงประมาณเที่ยงคืน ในห้องจะมีการตั้งกล้องถ่ายไว้ตลอดคืน โดยจะมีนักเทคนิคการแพทย์อยู่ห้องข้างๆ ดูทุกอย่างผ่านจอมอนิเตอร์ และดูข้อมูลต่างๆ ผ่านคอมพิวเตอร์ หากมีปัญหาการหยุดหายใจเกิดขึ้น นักเทคนิคการแพทย์จะเข้ามาในห้อง และใส่เครื่อง CPAP ช่วยในการหายใจขณะนอนหลับ”

นพ.ชยานุชิต เสริมว่า ผู้ที่มีการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เกิดจากเพดานอ่อนกับโคนลิ้นคลายตัวตกลงไปตามแรงโน้มถ่วงขณะหลับ จึงต้องให้เครื่องช่วยหายใจไปดันในส่วนที่ตกลงไปนั้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับๆ ตื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง หลังจากนั้นจะมีการตรวจหาค่าความดันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เมื่อตรวจเสร็จตอนเช้าสามารถกลับบ้านได้ และรอนัดฟังผลอีกครั้ง
รูปแบบการตรวจ Sleep Test
การตรวจ Sleep Test สามารถแยกได้หลักๆ 2 กลุ่ม คือ การตรวจที่บ้าน โดยเป็นการตรวจแบบ Screening เพื่อดูเบื้องต้นว่าตนเองมีการนอนกรนธรรมดา หรือกรนแบบหยุดหายใจ ขณะที่ การตรวจในโรงพยาบาล จะเป็นการตรวจและวางแผนการรักษาร่วมด้วย ในกรณีที่มีภาวะหยุดหายใจ จะมีการใส่เครื่องช่วยหายใจ พร้อมหาค่าที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลต่อไป CPAP Titration

แนวทางการรักษา
การรักษาในปัจจุบัน คือ การใส่เครื่องช่วยหายใจ โดยตัวเครื่องจะถูกต่อกับหน้ากาก ทำหน้าที่นำอากาศในห้องผ่านตัวกรองเข้าไป หากผู้ป่วยมีการนอนอ้าปาก หน้ากากต้องครอบทั้งปากและจมูก หากไม่อ้าปากจะครอบเฉพาะจมูก จากนั้นเครื่องจะพ่นลมเข้าไปเพื่อไปยกจุดที่ลงมาปิดทางเดินหายใจ ความยากคือการฝึกความคุ้นเคยในการหายใจเข้าออก
สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัด ช่วงหลังไม่เป็นที่นิยม มากนักขึ้นกับสาเหตุของการนอนกรน อาจช่วยได้ในรายที่กรนจากทอนซิลโต โพรงจมูกคดแต่ในคนส่วนใหญ่ที่เกิดในช่องคอตีบแคบอาจสามารถกลับไปเป็นใหม่ได้ หรือบางคนไม่หาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต่างประเทศอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ‘ยารักษาอาการนอนกรน’ ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจมีการใช้ยาเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาได้
คำแนะนำสร้างเสริมสุขอนามัยการนอนที่ดี (Sleep Hygiene)
– นอนตื่นเช้า
– นอนไม่เกิน 4 ทุ่ม
– ทานอาหารเย็นให้เร็วขึ้น เว้นระยะเวลาทานอาหารกับเวลาก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
– งดแสงกระตุ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
– ออกกำลังกายตอนเช้า หากจำเป็นต้องออกกำลังกายช่วงค่ำ ควรเว้นระยะการออกกำลังกายกับเวลาก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
– หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำก่อนนอนถ้าไม่รู้สึกหิวน้ำ เพราะอาจปวดปัสสาวะระหว่างคืน ส่งผลต่อคุณภาพการนอน
“ใครที่รู้ตัวว่าตัวเองมีการนอนกรน หรือมีคนบอก และสังเกตเห็นว่าหลังการตื่นนอนตอนเช้ามีความรู้สึกไม่สดชื่น ทั้งที่พักผ่อนเป็นเวลานาน และเริ่มมีปัญหาเรื่องสมาธิและความจำ หรือบางคนปวดหัวในช่วงเช้า มีความดันสูงโดยเฉพาะกับคนอายุน้อย อาการเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test ทันที เพราะอาการกรนและมีการหยุดหายใจ เพิ่มโอกาสของโรคเส้นเลือดสมอง โรคเส้นเลือดหัวใจ รวมถึงเพิ่มโอกาสความจำเสื่อม หัวใจเต้นผิดจังหวะ ฉะนั้นอย่ามองว่าเป็นเรื่องทั่วไป หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อโรคทางกายอย่างอื่นได้” นพ.ชยานุชิต ฝากทิ้งท้าย