ในปี 2562 ที่อำเภอบางขันได้ประสบภัยพิบัติพายุโซนร้อนส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรประสบปัญหาน้ำท่วมผลที่ตามมาคือพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย แต่ภายหลังจากน้ำลดแล้วนอกจากปัญหาความเสียหายจากน้ำท่วม ยังส่งผลให้เกิดปัญหาโรคพืชโดยเฉพาะเชื้อราโรคพืช ซึ่งในขณะนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการสนับสนุนชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มาให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัย เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ทำการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเกษตรกรนำเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปใช้ ทำให้สามารถฟื้นฟูพืชที่ประสบภัยและลดปัญหาโรคพืชได้ จนมีการบอกต่อทำให้เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นที่ต้องการและยอมรับของสมาชิกศูนย์และชุมชนในวงกว้างขึ้น ทำให้เกิดการรวมตัวก่อตั้งเป็น” ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลบางขัน”
และได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สำหรับปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น ทางศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราชได้กล่าวว่า ทางศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ได้มีการแบ่งบทบาทหน้าที่คณะกรรมการและสมาชิกอย่างชัดเจน ประกอบไปด้วย ทีมประชาสัมพันธ์ ที่ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนและเฝ้าระวังการระบาด ศัตรูพืชไปยังเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงทีมวิชาการ

ทีมปฏิบัติการด้านการผลิตชีวภัณฑ์ ทีมปฏิบัติด้านการผลิตขยายแมลงศัตรูธรรมชาติ ทีมปฏิบัติการด้านการผลิตสารสกัดธรรมชาติ ทีมปฏิบัติการด้านสำรวจติดตามสถานการศัตรูพืช ซึ่งสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมและหน้าที่ต่างๆ ในศูนย์ นอกจากนี้ยังมีการจัดทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ให้บริการวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืช ให้คำแนะนำ ป้องกันกำจัดแก่เกษตรกร ซึ่งจะสามารถควบคุมศัตรูพืชไม่ให้มีการระบาดในพื้นที่ มีการส่งเสริมการอนุรักษ์หิ่งห้อยช้าง ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ในการควบคุมปริมาณหอยทาก มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้ ได้แก่ “กาแฟยกล้อ”

ซึ่งเป็นสารสกัดสมุนไพรไล่แมลง ประกอบด้วย ยาสูบ กากมะพร้าว สัปปะรด และกากกาแฟหมัก โดยใช้ร่วมกับชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา ในการจัดการศัตรูพืช มีวิทยากรถ่ายทอดความรู้ประจำศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลบางขัน ที่มีความชำนาญในแต่ละด้าน มีการจัดกิจกรรม ศจช.สัญจร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอารักขาพืชแก่เกษตรกร ทำให้เกิดการสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรทั้งในและนอกชุมชน โดยวิธีการทั้งหมดนี้ส่งผลให้สมาชิกร้อยละ 80 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด มีต้นทุนการผลิตลดลง โดยลดต้นทุนจากการใช้ชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) และการผลิตน้ำหมักชีวภาพใช้เองในพื้นที่การเกษตร รวมถึงมีการจดบันทึกต้นทุนของสมาชิกแต่ละคนอย่างชัดเจน

