ในยุคปัจจุบันที่เด็กและเยาวชนเติบโตมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเข้าถึงข้อมูล เทคโนโลยี และสื่อออนไลน์ ทำให้มีความรู้และเปิดกว้างกับโลกมากกว่าที่เคยเป็นมา แต่ในขณะเดียวกันปัจจัยเสี่ยงอีกมากมาย ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสิ่งเสพติดอื่นๆ ที่ล้วนมีผลกระทบต่อการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ ก็มักแฝงมากับสื่อออนไลน์ แวดล้อมอยู่รอบตัวในสังคมปัจจุบันจำนวนมากเช่นกัน แม้ว่าเราจะเห็นเยาวชนพัฒนากับเรื่องราวต่างๆ ได้เร็ว แต่ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอาจทำให้เส้นทางอนาคตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด

เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับ แกนนำเยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง YSDN สนับสนุนโดย สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ (สคล.) จัดเวทีถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานเยาวชนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ตอน The power of change พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ที่สถาบันวิชาการ เอ็นที จ.นนทบุรี นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เผยว่า เด็กและเยาวชนในช่วงวัยเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่วัยผู้ใหญ่กำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงมากมาย ทั้งบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขา โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการสูบในกลุ่มเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 78,742 คน ในปี 2564 เป็น 709,677 คน

ในปี 2565 ซึ่งเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงถึง 5 เท่า ในการหันไปสูบบุหรี่มวน และเพิ่มถึง 7 เท่าในการสูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนในขณะเดียวกัน แม้ว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเยาวชนจะลดลงเหลือ 20.9% หรือประมาณ 1.9 ล้านคน แต่การเริ่มดื่มตั้งแต่อายุยังน้อยส่งผลเสียต่อพัฒนาการของสมอง เช่น การวางแผน การเรียนรู้ การจดจำ และการควบคุมตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการติดแอลกอฮอล์ ปัญหาครอบครัว หรือความรุนแรงในบ้าน โดยพบว่า

1 ใน 4 ของความรุนแรงในครอบครัวมีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์

เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ สสส. จึงมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพสำหรับเยาวชน โดยการพัฒนาเครือข่ายแกนนำเยาวชน YSDN (Youth Strong and Development Network) ให้เป็นต้นแบบในการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้าและบุหรี่ รวมถึงการกระตุ้นให้เยาวชน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ร่วมมือกันใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และสนับสนุนการพัฒนาประเทศ

“อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น หยุดทำลายสุขภาพด้วยเหล้าและบุหรี่ แล้วหันมาสร้างสุขภาพที่ดีด้วยการลดหวาน มัน เค็ม และออกกำลังกาย เมื่อเราดูแลตัวเอง สังคมรอบๆ ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลือกทำแต่สิ่งดีๆ มีความสุขกับการเห็นคุณค่าในตัวเอง” ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้แง่คิด

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสริมว่า

บทบาทของ กระทรวงศึกษาธิการ ในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ มีความสำคัญในการส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า แอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจ เพื่อจับกุมร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารอบสถานศึกษาอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ และจัดทำแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ความรู้แก่ชุมชนสถานศึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมายและอันตรายที่เกิดจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งจากการสำรวจของ กรมควบคุมโรค พบว่าเด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง

17.6% โดยเด็กส่วนใหญ่ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางออนไลน์ ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงเยาวชนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ผู้ผลิตยังออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีลักษณะดึงดูดเด็ก เช่น รูปตัวการ์ตูน หรือกล่องที่มีรูปลักษณ์เหมือนกล่องนม เพื่อสร้างความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่อันตราย เด็กจึงซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว นับเป็นภัยคุกคามต่อเยาวชนที่ต้องเร่งจัดการอย่างเร่งด่วน “กระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องการป้องกันปัญหานี้ ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ตำรวจ และชุมชน เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เยาวชน และส่งเสริมให้เยาวชนไทยห่างไกลจากพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อสุขภาพและอนาคตของพวกเขา” นายสิริพงศ์ ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน