สถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง เหล้า-บุหรี่-พนัน มีความสุ่มเสี่ยงต่อเด็กเยาวชนมากขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และผลการวิจัยโดยเครือข่ายสุขภาพ ระหว่างปี 2565-2566 พบว่า ในปี 2565 เด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 5.3 เท่า มีการโฆษณาและส่งเสริมการขายในออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 48 จากเดิมในปี 2558 พบเพียงร้อยละ 27

สาเหตุสำคัญคือ บุหรี่ไฟฟ้ามีรสชาติ รูปลักษณ์ที่ดึงดูดให้อยากลองสูบ หากมีเพื่อนสูบ หรือเคยสูบบุหรี่ธรรมดามาก่อน จะเสี่ยงติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4 เท่า และหากมีพ่อแม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ลูกจะเสี่ยงติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่า

สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายละครเพื่อการเรียนรู้ 5 ภูมิภาค สานพลังเครือข่ายการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดเวทีเสวนา สานพลัง…ส่งต่อวิชาชนะมาร สร้างภูมิรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่ และพนัน) ในสถานศึกษา และงานเทศกาลละครเพื่อการเรียนรู้ “วิชาชนะมาร” โดยมีเครือข่ายเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในสังกัดกทม. เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พบว่า เด็กเยาวชน อายุ 15-24 ปี ดื่มมากถึงร้อยละ 20.9 หรือ 1.9 ล้านคน เพศชายมีอัตราการดื่มที่ลดลง แต่เพศหญิงดื่มเพิ่มมากขึ้น ที่น่ากังวลคือพบการดื่มแล้วขับทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต ร้อยละ 25.09 นอกจากนี้ สถานการณ์พนัน โดยเฉพาะพนันออนไลน์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบเด็กเล่นพนันครั้งแรกอายุยิ่งน้อยลงล่าสุด พบเด็ก 6 ขวบเริ่มเล่นพนัน โดยร้อยละ 54 เริ่มเล่นพนันตั้งแต่อายุก่อน 20 ปี และร้อยละ 75 มีแนวโน้มที่จะไม่หยุดเล่นพนัน” น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว

น.ส.รุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า สสส. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน จึงได้ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายละครเพื่อการเรียนรู้ 5 ภูมิภาค ได้แก่ กลุ่มเรียนรู้บางเพลย์ จ.ชลบุรี กลุ่มไม้ขีดไฟ จ.นครราชสีมา สำนักกิจกรรมกิ่งก้านใบ จ. อุตรดิตถ์ ทีมเฉพาะกิจเธียเตอร์ กรุงเทพมหานครกลุ่มละครสองเล และโรงเรียนใต้ร่มไม้ จ.สงขลา พัฒนาโครงการพัฒนาการเรียนรู้ “วิชาชนะมาร” (เหล้า/บุหรี่/พนัน) ให้กับเด็กประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษาตอนต้น ผ่านกระบวนการละครเพื่อการเรียนรู้ และกระบวนการพัฒนาทักษะสมองกับองค์ความรู้รูปแบบของการจดจำ-นำไปใช้ หรือ Executive Function (EF) ครอบคลุมโรงเรียน 200 แห่ง พร้อมสร้างเครือข่ายครูนำไปใช้เสริมการเรียนการสอนในชั้นเรียน สร้างความตระหนักรู้และเท่าทันปัจจัยเสี่ยง โดยบูรณาการกับนโยบายและจุดเน้นของแผนยุทธศาสตร์การศึกษาขององค์กรต้นสังกัด โดยใช้แนวคิด ชี้เป้าให้ชัด ขยายเครือข่าย สร้างตัวคูณดูแลปกป้องเด็กเยาวชนจากปัญหายาและสารเสพติด

นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การบูรณาการกับกระบวนการเรียนรู้วิชาชนะมาร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนควรมีการเชื่อมประสานกับศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย และสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ที่ดูแลเรื่องของปัจจัยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพนันอยู่แล้ว เพื่อต่อยอดกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา “กลุ่มที่ 5 ความปลอดภัย” ที่เน้นเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพ สร้างทักษะชีวิตในการป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรง โดย สพฐ. มียุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะทางสมอง Executive Function (EF) ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันปัญหายาเสพติด

นายพลวัฒน์ การุญภาสกร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนงานรณรงค์งานเลี้ยงครูและงานเกษียณครูปลอดเหล้า เบียร์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และพนัน เป็นการพัฒนาครูต้นแบบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่นักเรียน นอกเหนือจากหลักสูตรการสอนปกติ เช่นเดียวกับการพัฒนาการศึกษาท้องถิ่น จำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งภายในสถานศึกษา และพื้นที่รอบสถานศึกษา ร้านค้า ชุมชน องค์กร และภาคประชาสังคมต่าง ๆ การบูรณาการกับกระบวนการเรียนรู้วิชาชนะมาร ถือเป็นต้นทุนการเรียนรู้ที่เอื้อประโยชน์ให้กับเครือข่ายครูและนักเรียนที่จะมีองค์ความรู้ในการ เฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และพนัน

ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กล่าวว่า เมืองพัทยา ได้ขับเคลื่อนมาตรการโรงเรียนปลอดภัย (Safety School) มาอย่าต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ โดยร่วมกับ สสส. ขยายผลการทำงานขับเคลื่อนการปกป้องและดูแลเด็กเยาวชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า พนัน และพนันออนไลน์ จำเป็นต้องมีแนวทางความร่วมมือเชิงบูรณาการ โดยสร้างจุดเน้นและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพให้เด็กและเยาวชนใน 3 ด้าน คือ 1.เสริมสร้างความรู้ 2.ทักษะสมอง 3.ทักษะชีวิต เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนมีความรู้ที่ถูกต้องและมีทักษะชีวิตในการเอาตัวรอดได้ภายใต้สถานการณ์สังคมที่มีสิ่งยั่วยุ และมอมเมาเยาวชน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจังให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพของสังคมในปัจจุบัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน