ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายอาชีพที่ได้รับความนิยมในยุคดิจิทัลคงหนีไม่พ้นการเป็น อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) และ ครีเอเตอร์ (Creator) โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่รายได้ที่ตอบโจทย์ มีอิสระในการทำงาน สามารถสรรค์สร้างเนื้อหาได้หลากหลาย ส่งผลให้แนวโน้มสายอาชีพนี้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านเนื้อหา เพื่อให้ทันกระแสรวมถึงเพิ่มยอดผู้ติดตาม สร้างอัตราการมีส่วนร่วมมากขึ้น ทว่าบางส่วนยังขาดการคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมด้วยเหตุนี้ นานาประเทศจึงมุ่งดำเนินนโยบายด้านสื่อดิจิทัล รวมถึงกำกับดูแลเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ – ครีเอเตอร์ ที่ชัดเจน เฉกเช่นประเทศไทย

นำโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะองค์กรสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพอย่างสร้างสรรค์ มุ่งพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของคนไทย พร้อมขับเคลื่อนสังคมเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะด้านสื่อสุขภาวะ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงภาคประชาสังคมนางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผอ.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. เผยว่า สสส. เดินหน้าสร้างสังคมสุขภาวะ ภายใต้พันธกิจส่งเสริมสุขภาวะแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย ให้มีสุขภาวะครบ 4 มิติ กาย จิต ปัญญา สังคม ขณะเดียวกัน ยังสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะ เพื่อสานพลังพัฒนาศักยภาพให้เครือข่าย รวมถึงสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา สสส. ทำงานเชิงรุกร่วมกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์บนสื่อดิจิทัลในทุกระดับและหลากหลายช่องทางรวมถึงจัดอบรมให้แก่อินฟลูเอนเซอร์ระดับมืออาชีพ ล่าสุด

สานพลังภาคีเครือข่าย นำโดย มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมด้วย บริษัท เทลสกอร์ จำกัด เดินหน้าจัดอบรม ‘Young Influencer for Social Change’ พัฒนาศักยภาพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ – อินฟลูเอนเซอร์ ให้เด็กและเยาวชนมีทักษะความรู้ความเข้าใจ พร้อมก้าวสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์นักสื่อสารสุขภาวะมืออาชีพขณะเดียวกัน ยังมีเป้าหมายพัฒนาเเละผลักดันกลไกลด้านนโยบาย กฎหมาย รวมถึงแนวปฏิบัติของสื่อเพื่อมุ่งสู่การเป็นสื่อสุขภาวะ จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ‘พัฒนาหลักสูตรวิชาอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม’ มุ่งหวังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ตื่นตัว สามารถสื่อสารเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม ควบคู่กับการมีสุขภาวะทางปัญญา พร้อมรู้เท่าทันสื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม “อย่างที่เราทราบว่าเเฟลตฟอร์มต่างๆ ที่เจริญเติบโตขึ้นมาได้ ล้วนมาจากอินฟลูเอนเซอร์ ทว่าอินฟลูเอนเซอร์บางส่วนอาจจะขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ นั่นจึงเป็นโจทย์หลักของ สสส. เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์ตั้งเเต่เยาวชนไปจนถึงผู้ใหญ่เข้าใจในการสื่อสารเพื่อสร้างสุขภาวะ สร้างวิถีปฏิบัติที่ดี สร้างสื่อที่สร้างสรรค์ สร้างรายได้ให้กับตัวเอง เเละสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม

“นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมเริ่มสร้างสิ่งดีๆ ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศ

ไปด้วยกัน พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมของ สสส. จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์เยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาวะ ทั้งสังคมจริงและสังคมออนไลน์ ที่เราจะต้องเจอในอนาคต” ผอ.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา เผยด้าน ผศ.ดร.ปถมาพร สุกปลั่ง รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยอีกว่า มหาวิทยาลัยฯ มีแนวทางดำเนินงานพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม จึงมุ่งพัฒนาหลักสูตรสาขาวิชาใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนานักศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมขณะเดียวกัน ทางมหาวิทยาลัย ยังตระหนักถึงการสร้างสื่อสังคมออนไลน์ ควบคู่กับการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม ตลอดจนพัฒนาหลักสูตรสาขาวิชาต่างๆ ที่สอดรับ

กับความเปลี่ยนเเปลงของนวัตกรรมเทคโนโลยี และยุทธศาสตร์ของชาติ ดังนั้น การอบรมหลักสูตร Young Influencer for Social Change จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพนักศึกษา – เยาวชนรุ่นใหม่

เพื่อต่อยอดความรู้ใหม่ทางด้านสื่อสังคมออนไลน์ ไปสู่การสร้างสังคมที่มีคุณภาพต่อไป“หลังจากนี้จะมีการอบรมให้ความรู้แก่นักศึกษาและเยาวชน ภายใต้หัวข้อการสร้างอินฟลูเอนเซอร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม พร้อมมีการถอดบทเรียนจากผู้เข้าอบรม เพื่อพัฒนาเนื้อหาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมบรรจุเป็นหนึ่งในวิชาของสาขาเทคโนโลยีสื่อสังคม วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรังสิต ต่อไป” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว

ขณะที่ นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co – Founder บริษัท เทลสกอร์ จำกัด เล่าว่า ในฐานะองค์กรเอกชนที่มีอินฟลูเอนเซอร์อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า 85,000 คน รวมถึงเป็นผู้จัดงาน Thailand Influencer Awards เป็นประจำทุกปี เล็งเห็นถึงพลังของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ – ครีเอเตอร์ ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรฐกิจ ภาคสังคม ไปจนถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ด้วยเหตุนี้ การผสานความร่วมมือของทั้ง 3 ภาคส่วน จึงนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาวงการอินฟลูเอนเซอร์ประเทศไทย โดยช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม รวมถึงสานต่อและขยายเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับหลากหลายสถาบันการศึกษา ในระดับโรงเรียนและระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวงการอินฟลูเอนเซอร์ – ครีเอเตอร์ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน“จากจุดแข็งของเทลสกอร์ ผนวกกับแนวคิดของ สสส. และความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยรังสิต จึงเป็นที่มาของกลไกพัฒนาหลักสูตรด้านการเป็นอินฟลูเอนเซอร์สร้างสุขภาวะที่ดีให้สังคม พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวก ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมเปิดโอกาสด้านอื่นๆ อีกมากมาย” น.ส.สุวิตา ทิ้งท้ายสสส. ยังคงมุ่งเดินหน้าโครงการ Young Influencer for Social Change ตั้งแต่เดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน 2567 โดยจัดอบรมเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและมหาวิทยาลัย เพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาวะ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายผู้ร่วมขับเคลื่อน พร้อมขยายแนวคิดการสร้างระบบนิเวศสื่อสุขภาวะไปสู่สังคมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน