กระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสิ่งยั่วยุต่างๆเข้าถึงเด็กและเยาวชนง่ายมากขึ้นโดยเฉพาะการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่หรือที่รู้จักกันในชื่อ‘บุหรี่ไฟฟ้า’แม้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายแต่ยังพบบุหรี่ไฟฟ้าจำหน่ายแพร่หลายบนแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นเด็กและเยาวชน โดยการกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากลองและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย ส่งผลให้แนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวลเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

จึงร่วมกับศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และ ภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ จัดแถลงข่าว “สานพลังปกป้องเด็กไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า” ในการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อความร่วมมือกันในการกำจัดยาเสพติดออกจากสถานศึกษา อย่างแรกที่จะได้ทำร่วมกัน คือ แนวทางในการตรวจหาสารเสพติดในสถานศึกษา โดยการตรวจปัสสาวะ เพื่อป้องปรามเด็กบางคนที่อาจไป

ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด สำหรับเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่พูดคุยกันอย่างหนัก และมีแนวทางออกไปเป็นระยะได้เน้นย้ำไปที่เขตพื้นที่การศึกษาหลายครั้งว่าต้องพยายามอัปสกิลอัปความรู้คุณครูให้รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า รวมไปถึงกลไกการตลาดสถิติหนึ่งที่น่าสนใจจากกระทรวงสาธารณสุข คือ อายุของผู้ที่เริ่มต้นใช้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง ต่ำที่สุดคือ ป.3 และพบว่าผู้หญิงสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าผู้ชาย ทั้งนี้ ด้วยข้อจำกัดของ ศธ. ที่มีอยู่ ทำให้การตรวจจับ การยึดบุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่สามารถทำได้ สิ่งที่ ศธ. ต้องทำคือ ช่องทางกฎหมายคุ้มครองบุคลากรทางการศึกษา เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในการทำ ‘ธรรมนูญสุขภาพ สถานศึกษา’

“อยากให้ผู้ปกครองมีส่วนในการช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน ของท่านด้วยเพราะหลายอย่างในสถานศึกษาเราอาจจะทำได้ตามข้อจำกัดของกฎหมาย แต่ผู้ปกครองถือว่าใกล้ชิดกับเขามากที่สุด และอยากฝากชุมชนด้วย การสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเยาวชนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เขาห่างไกลจากเรื่องเหล่านี้ ศธ. จะไม่ยอมให้สถานศึกษาเป็นแหล่งที่แพร่ระบาดของการใช้ยาเสพติดอย่างแน่นอน”ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เสริมว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นพิษภัยแห่งใหม่ที่ระบาดในสังคม ปัจจุบันพบผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากถึง700,000คนโดยในกลุ่มนี้มีเด็กและเยาวชนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษมีข้อมูลระบุว่าเยาวชนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนหากเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีแนวโน้มสูบบุหรี่มวนเพิ่มขึ้น5เท่าและมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าการให้ความสำคัญในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีประโยชน์ในการทำให้อนาคตของชาติสุขภาพดี ขณะเดียวกันต้องป้องกันไม่ให้ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ เข้าถึงในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งมักจะเป็นกลุ่มที่ธุรกิจยาสูบมุ่งเป้าเป็นพิเศษ จึงต้องดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการทางด้านกฎหมาย ที่ปัจจุบันห้ามจำหน่าย ห้ามครอบครอง โดยพยายามที่จะขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น

“การทำงานขั้นต่อไป เรามุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้เกิดองค์ความรู้ ที่นำโดย ศจย. และอีกหลายภาคส่วน ทำให้เกิดมาตรการ นโยบายเพื่อการควบคุม และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การรณรงค์สร้างกระแสสังคมและสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชนไทย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน สสส. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่สนับสนุนการขับเคลื่อนเรื่องนี้ หวังเหลือเกินว่าการจัดประชุมวิชาการครั้งนี้ จะเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือหนึ่งที่ช่วยลดการบริโภคยาสูบในภาพรวม รวมทั้งลดการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เราประสบความสำเร็จในการที่จะปกป้องสุขภาพเด็กไทย” รองผู้จัดการ สสส. ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน