ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่พบในธรรมชาติ เกิดจากการสะสมและทับถมของซากพืชซากสัตว์เป็นเวลาหลายร้อยล้านปีตามชั้นหิน ดิน และในทะเล ความร้อนและความกดดันของผิวโลกทำให้มีการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นก๊าซที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย
หลังจากที่ประเทศไทยสำรวจพบและผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในประเทศ ก๊าซธรรมชาติได้กลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันบางส่วนจากต่างประเทศ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดอื่นๆ ก๊าซธรรมชาติจึงมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทย ดังนั้นอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติจึงถูกกำกับโดยหน่วยงานภาครัฐ ในทุกกระบวนการตั้งแต่จัดหาจนถึงจำหน่าย
ความมั่นคงพลังงานไทย ภายใต้กระทรวงพลังงาน

หน่วยงานหลักที่มีบทบาทด้านการกำหนดนโยบาย แผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศระยะยาวที่ขอกล่าวถึงในลำดับแรก ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. โดย กพช. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดราคาพลังงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ
รวมทั้งติดตาม ดูแล ประสาน สนับสนุน และเร่งรัดการดำเนินการของคณะกรรมการทั้งหลายที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เพื่อให้มีการดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ
หน่วยงานต่อมาคือ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบาย แผนการบริหารและพัฒนา และมาตรการทางด้านพลังงาน จัดลำดับความสำคัญและเสนอความเห็นเกี่ยวกับแผนงานและโครงการทางด้านพลังงานของหน่วยงาน
รวมถึงเสนอแนะนโยบายและมาตรการทางด้านราคาพลังงาน และกำกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอรายละเอียดทางวิชาการ การเงิน สถิติ และเรื่องจำเป็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย แผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศได้
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. มีหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์นโยบาย แผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ เพื่อเสนอ กบง. และจะต้องติดตามประเมินผล เป็นศูนย์ประสานและสนับสนุนการปฏิบัติงานตามนโยบาย แผนการบริหาร และพัฒนาพลังงานของประเทศ
เมื่อสถานการณ์ด้านพลังงานมีความเคลื่อนไหว สนพ. จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ประเมินผลกระทบ และจัดทำข้อเสนอนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ และเผยแพร่สถิติที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือ ชธ. มีภารกิจส่งเสริมการจัดหาพลังงาน ทั้งสำรวจและพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติ จัดทำแผนการจัดหาเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ บริหารจัดการก๊าซธรรมชาติที่ถูกทำให้เหลว (LNG) ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติทางเลือก การใช้ถ่านหินที่นำเข้าเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าตามมาตรฐาน และส่งเสริมความร่วมมือด้านการสำรวจและพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นๆ
อีกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านพลังงานของประเทศ ได้แก่ คณะกรรมการปิโตรเลียม มีหน้าที่รายงานหรือให้คำแนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ครอบคลุมการให้สัมปทานปิโตรเลียม ต่อระยะเวลาสำรวจและผลิตปิโตรเลียม อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียม อนุญาตให้โอนหรือเพิกถอนสัมปทาน
โดยสามารถอนุมัติการกำหนดพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม หรือขยายระยะเวลาเริ่มผลิต ทำความตกลงราคาขายก๊าซธรรมชาติในราชอาณาจักร ให้ผู้รับสัมปทานขายในราคาที่ตกลงกับคณะกรรมการปิโตรเลียมโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยราคาที่ตกลงจะต้องไม่สูงกว่าราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร
2 หน่วยงานสุดท้าย ได้แก่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงาน ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐ ออกประกาศกำหนดประเภทใบอนุญาต เสนอความเห็นแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า แผนการลงทุนในกิจการไฟฟ้า แผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติ และแผนการขยายระบบโครงข่ายพลังงานเพื่อนำเสนอรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
และ กรมธุรกิจพลังงาน หรือ ธพ. มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของธุรกิจ
จะเห็นได้ว่า ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ขับเคลื่อนตามนโยบายของภาครัฐเป็นสำคัญ และได้รับการกำกับดูแลในทุกกระบวนการ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีมาตรฐาน ปลอดภัย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในราคาที่เหมาะสม