ปัจจุบันมีคนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับความเครียดสะสมจนเกิดปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง โดยเฉพาะ ‘มนุษย์ออฟฟิศ’ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะมาจากความกดดัน ความคาดหวัง ไปจนถึงเพื่อนร่วมงานไว้ใจไม่ได้และไม่ช่วยเหลือกันเพราะชีวิตของคนวัยทำงานส่วนใหญ่ ต้องใช้ชีวิตในออฟฟิศประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ยิ่งถ้าหักเวลานอนไปเท่ากับว่าเราใช้เวลาครึ่งหนึ่งอยู่กับการทำงาน ซึ่งถ้าการทำงานไม่มีความสุขก็เปรียบเสมือนชีวิตครึ่งหนึ่งของเราไม่มีความสุขตามไปด้วย เหล่านี้จึงเป็นที่มาที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกับ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลเชิดชู 11 องค์กรดีเด่นที่เป็นต้นแบบองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตที่ดีให้กับพนักงาน ภายใต้รางวัลสุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต หรือ Thai Mind Awards

คำว่า สุขภาวะทางจิต หมายถึง ภาวะที่คนทำงานมีความรู้สึกและอารมณ์เชิงบวกต่อการทำงานภายในองค์กร มีความพึงพอใจ สามารถจัดการกับความรู้สึกทั้งทางบวกและทางลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการและการสำเร็จตามเป้าหมาย รวมถึงมีมุมมองสภาพแวดล้อม สถานการณ์ และประสบการณ์ในแง่ที่ดี จึงเกิดเป็นโครงการ Thai Mind Awards ขึ้น โดยเปิดรับสมัคร 50 องค์กร เพื่อเฟ้นหา 5 สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต และ 6 องค์กร ที่ได้รับรางวัลพิเศษในมิติต่างๆ ของ GRACE เพื่อเป็นแบบอย่างและแนวทางให้แก่องค์กรอื่นๆ ในด้านการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตที่ดีให้แก่พนักงาน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงการดูแลสุขภาวะทางจิตของบุคลากรในองค์กรไทย ว่า ระบบทุนนิยม ไม่เพียงนำมาซึ่งการแข่งขันทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ระบบทุนนิยมยังเป็นต้นกำเนิดของปัญหาความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเครียดของคนในสังคม ตรงกับผลสำรวจสุขภาพจิตพนักงานไทย ปี 2566 โดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบคนวัยทำงานในไทย ร้อยละ 40 มีระดับความเครียดสูง สาเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน ความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 สอดคล้องกับรายงานผลการประเมินสุขภาพจิตตนเอง 8.5 แสนคน ระหว่างเดือน ต.ค. 66 – เม.ย. 67 พบว่า ผู้เข้ารับการประเมินเสี่ยงป่วยซึมเศร้า ร้อยละ 17.2 เครียดสูง ร้อยละ 15.4 เสี่ยงฆ่าตัวตาย ร้อยละ 10.6 นำมาสู่ผลกระทบต่อสุขภาพกายและมิติอื่นๆ ดังนั้น การดูแลสุขภาพจิตในกลุ่มวัยทำงานจึงเป็นเรื่องที่ผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญ

ฉะนั้น สสส. จึงทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตสำหรับประชาชนวัยทำงานในหลากหลายส่วน หนึ่งในนั้นคือการสนับสนุนการทำงานของสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) เพื่อสร้างต้นแบบองค์กรสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน และสามารถเป็นแบบอย่างให้องค์กรอื่นๆ ที่สนใจนำไปประยุกต์และปรับใช้กับพนักงานในองค์กรตนเองต่อไป” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบัน TIMS กล่าวเสริมว่า การจัดงานประกาศผลและมอบรางวัลเชิดชู 11 องค์กรดีเด่นในครั้งนี้ ไม่เพียงหาต้นแบบองค์กร สร้างเสริมสุขภาวะทางจิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการผลักดันให้องค์กรหรือบริษัทในประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสุขภาวะทางจิต และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงนำมาซึ่งการมีสุขภาพจิตที่ดีของพนักงงานในองค์กร แต่ยังเป็นการสร้างความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

โครงการ Thai Mind Awards ได้รับความร่วมมือจากองค์กรที่ร่วมสมัครคัดเลือกจำนวน 60 แห่ง ผ่านการคัดเลือกเป็นสุดยอดองค์กรส่งเสริมสุขภาวะ 11 แห่ง โดยแบ่งเป็น 5 สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (The Excellence in Thai Mind Awards) คือ 1. บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 2. เอไอเอ ประเทศไทย 3. บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาปราจีนบุรี 4. บริษัท ยีอี เมดิคอล ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด 5. โรงพยาบาลเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา และ 6 องค์กรที่มีความโดดเด่นในมิติต่างๆ (The Honorable Mention Awards) คือ 1. ดิ แอสเพนทรี เดอะ ฟอเรสเทียส์ 2. บริษัท เอเอ็นซี โบรเกอเรจ จำกัด 3. บริษัท ซีเมนส์ เฮลธ์แคร์ จำกัด 4. บริษัท ทีดีซีเอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด 5. โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ และ 6. บริษัท สิ่งทอซาติน จำกัด และ บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด (ในนามของ PASAYA) นายเกรียงไกร อยู่ยืน Executive Vice President – People Director บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

กล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า Thai Mind Awards นับเป็นรางวัลแรกของบริษัทที่ได้เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสุขภาวะทางจิตพนักงาน ซึ่งการได้รับรางวัลดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นว่า บี.กริม เพาเวอร์ เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับพนักงาน โดยมุ่งเน้นให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขและปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ผ่านแนวคิด การพัฒนาสติของคนในองค์กร หรือ Mindfulness in organization โดยมุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับนำเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพัฒนาสติไปปรับใช้กับพนักงานทุกคน ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ ‘ระฆังสติ’ เป็นกิจกรรมก่อนเริ่มงานหรือเริ่มประชุม เป็นการฝึกสมาธิให้จิตใจโปร่งใส ด้วยการฟังเสียงระฆังร่วมกับการกำหนดสติให้อยู่กับตัวเอง

เมื่อพนักงานได้พัฒนาสมาธิและสติแล้ว พวกเขาจะสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและทำงานได้อย่างมีความสุข รวมถึงแก้ไขปัญหาที่จะเข้ามาในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายเกรียงไกร ปิดท้าย


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน