หากพูดถึงแหล่งเรียนรู้สำคัญของคนไทย แน่นอนว่า ‘ห้องสมุด’ ถือเป็นหมุดหมายในลำดับต้นๆ เพราะมีเครือข่ายครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ อีกทั้งประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่าย เต็มไปด้วยหนังสือและสื่อการเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย แต่เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิต ผู้คนเข้าถึงข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ความนิยมของห้องสมุดเริ่มถดถอย ดังนั้น ‘บรรณารักษ์’ ผู้เปรียบเสมือนผู้อำนวยการให้เกิดการเรียนรู้ในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุง-บูรณาการเพื่อให้ตอบสนองต่อวิถีชีวิตแบบใหม่
นั่นจึงเป็นที่มาของกิจกรรม ‘อบรมพัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์นักเติมสุข (ภาวะ) ครั้งที่ 1’ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. โดยมีเป้าหมายเพื่อนำร่องการพัฒนาศักยภาพของบรรณารักษ์และยกระดับห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารีจำนวน 30 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงพัฒนาห้องสมุดให้ทันสมัย ควบคู่กับการสร้างบรรณารักษ์ให้สามารถถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเอกราช ชวีวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้
นายเอกราช ชวีวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้เผยว่าหลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของห้องสมุดในอดีตที่เต็มไปด้วยหนังสือ เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง แต่ด้วยบริบทของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ห้องสมุดในฐานะแหล่งเรียนรู้จึงค่อยๆ ถูกลืมเลือน
กรมส่งเสริมการเรียนรู้จึงดำเนินปรับรูปแบบห้องสมุดให้เข้ากับยุคสมัยและสอดรับกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’ ที่ส่งเสริมให้ห้องสมุดสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ในหลากหลายมิติ ด้วยการผสานเทคโนโลยี เพิ่มความยืดหยุ่นของการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ตลอดจนส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขอ สสส. ที่มุ่งยกระดับสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืน
“ทั้ง 4 กิจกรรมของ สสส. ที่ใส่เข้าไปตรงนี้ เป็นการจัดให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้ามาดู ซึ่งการเข้ามาดูไม่ว่าจะเป็นวอร์คอินเข้ามาก็ดี หรือไม่ได้วอร์คอิน ก็สามารถค้นหาบนโลกออนไลน์ได้ เพราะว่าห้องสมุดมีทั้งข้อมูล ความรู้ นอกจากนี้เรื่องสุขภาวะเราก็จะเติมเต็มเข้าไปตามที่ สสส. ได้ทำ” นายเอกราช เผยทรรศนะ

นายนครินทร์ ภระมรทัต รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.)
ขณะที่ นายนครินทร์ ภระมรทัต รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.) เล่าว่า ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ เพียบพร้อมด้วยสื่อ-อุปกรณ์ที่หลากหลาย และเหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายในทุกเพศทุกวัย ดังนั้น สสส. จึงใช้ต้นทุนเหล่านั้นสร้างให้ห้องสมุดประชาชนมี Health corner ที่สามารถปรับเปลี่ยนประเด็นเป็นคอนเทนต์ได้ตามวาระที่ต้องการศึกษา เช่น บุหรี่ไฟฟ้า การลดโรค NCDs เป็นต้น
ขณะเดียวกัน สสส. อำนวยความสะดวกให้บรรณารักษ์สามารถดึงเครื่องมือที่เป็นรูปธรรม มองเห็นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ‘อินโฟกราฟิก’ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดและพิมพ์ออกมาได้ ขณะเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายอาจจะเป็นเด็ก ครอบครัว การมี ‘บอร์ดเกม’ ช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือสามารถถ่ายทอดเนื้อหาให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้อย่างชัดเจน
นายนครินทร์ ทิ้งท้ายว่า บรรณารักษ์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ดูแลความเรียบร้อยในห้องสมุดเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ ดังนั้น เป้าหมายของการดำเนินงานนำร่องในครั้งนี้ คือ การเสริมศักยภาพให้บรรณารักษ์ให้สามารถสร้างกระบวนการสื่อสารความรู้ในพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเข้าถึงและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง