ปัญหายาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะในชุมชนท้องถิ่น ทำลายทั้งสุขภาพ ครอบครัว และเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้นำร่องโมเดลชุมชนหัวชุกบัว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งสามารถจัดการกับ 3 ปัจจัยเสี่ยงนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสานพลังของกลไก คณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ หมออนามัย และภาคประชาชน

วันที่ 21 เมษายน 2568 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ได้ลงพื้นที่ถอดบทเรียนความสำเร็จในการบูรณาการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม นายอำเภอกำแพงแสน สมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ และภาคีเครือข่ายร่วมแลกเปลี่ยน

นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุน สสส. คนที่ 2 และประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 เปิดเผยว่า ชุมชนหัวชุกบัวมีกลไกการทำงานที่เข้มข้นทั้งด้านยุทธศาสตร์การแก้ปัญหายาเสพติด การบูรณาการระบบบริการสุขภาพเพื่อการจัดการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการขับเคลื่อนลดอุบัติเหตุในชุมชน “การทำงานในพื้นที่นี้อาศัยหลักการ ‘พื้นที่เป็นฐาน ชุมชนเป็นศูนย์กลาง’ มีการสานพลังทั้งภาคีเครือข่ายและชุมชน ซึ่งส่งผลให้เกิดการบูรณาการทรัพยากร งบประมาณ และกำลังคน สามารถลดปัญหาจากปัจจัยเสี่ยง เกิดเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง”

นพ.สุรเชษฐ์ ยังเสริมว่า เรามีภารกิจเพื่อช่วยสานพลังของภาคชุมชน ทั้งในหมู่บ้าน ครอบครัว ท้องที่ และท้องถิ่น ซึ่งล้วนเป็นคนที่ทำงานกับรากหญ้าจริงๆ ฐานรากชุมชนที่เข้มแข็งเปรียบเสมือนเจดีย์นครปฐมที่มีฐานกว้างใหญ่ จึงมั่นคงแม้มีแผ่นดินไหว สังคมก็เช่นกัน หากฐานรากชุมชนแข็งแรง แม้มีลมแรงจากข้างบนกระทบ สังคมก็ยังคงอยู่ได้

ด้านนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน กล่าวว่า การขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผ่านกลไก พชอ.กำแพงแสน มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด อุบัติเหตุทางถนน และโรคไม่ติดต่อ โดยผนึกกำลังทั้งภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. อปพร. และภาคีเครือข่ายระดับอำเภอ ร่วมกันออกแบบและพัฒนากลไกการทำงานที่ยั่งยืน เครือข่ายหมออนามัยเป็นพลังหลักและผู้นำในการเชื่อมประสานและพัฒนากลไกชุมชน ส่งเสริมการจัดการตนเองของชุมชนในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ

นายธนาธิป บุญญาคม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสระพัฒนา เผยว่า จากการสำรวจพบว่า ในปี 2567 ตำบลสระพัฒนา มีผู้เสพยาเสพติดสมัครใจเข้ารับการบำบัด 23 คน พบอาการทางจิต 1 คน และมีผู้ป่วยกลุ่มสีแดง (มีอาการทางจิตเวชร่วม) 2 คน ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พบมีผู้ดื่มทั้งหมด 357 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35 – 59 ปี (62.5%) โดยเป็นกลุ่มดื่มแบบเสี่ยง 183 คน และดื่มแบบมีความเสี่ยงสูง 69 คน ขณะที่อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เกิดกับรถจักรยานยนต์ พบผู้บาดเจ็บ 59 คน และเสียชีวิต 2 คน เรื่องเล่าจากผู้เลิกเหล้าชีวิตใหม่หลังออกจากไอซียูหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคือกรณีของชายหนุ่มวัยทำงานที่สามารถเลิกดื่มเหล้าได้หลังจากประสบปัญหาสุขภาพรุนแรงจนต้องเข้าไอซียู “ตอนติดเหล้า เงินในกระเป๋าแทบไม่มี เพราะไปลงกับขวดหมด ภรรยาก็ด่าประจำ” เขาเล่าย้อนไปถึงช่วงชีวิต

ที่มืดมน “จุดเปลี่ยนคือปีที่แล้ว ผมต้องนอนไอซียู 3 คืน หลับไปไม่มีสติเลย เป็นผลจากการดื่มหนัก พ่อแม่ไปนั่งร้องไห้หน้าห้องไอซียู คิดว่าผมไม่รอด พอออกจากโรงพยาบาล ผมก็คิดว่าไม่น่าทำให้คนที่รักเราต้องลำบากเพราะเรา”

หลังจากได้รับกำลังใจจากทีมหมออนามัย พ่อแม่ และภรรยา จึงตัดสินใจเลิกดื่มแบบหักดิบทันที หลังเลิกเหล้า ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “อย่างแรกคือมีเวลา ผมทำแปลงปลูกผัก เลี้ยงปลา มีเวลาให้ครอบครัว เดี๋ยวนี้ไม่เคยโดนด่า และแม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงผมอีกต่อไป” เส้นทางกลับคืนสู่สังคมของอดีตผู้ค้ายา อีกหนึ่งกรณีศึกษาคือชายผู้เคยติดและค้ายาเสพติด ซึ่งสามารถเอาชนะปัญหาและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้น “สมัยก่อนยาราคาถูก เมื่อ 20 – 30 ปีที่แล้ว ชุมชนแถวนี้เป็นชุมชนที่ค้ายา ก็เลยมีการติด มีการขาย ช่วงที่ติดและค้ายา ชีวิตแย่มาก สังคมก็ไม่ให้การยอมรับ ครอบครัวก็แตกแยกเศรษฐกิจก็แย่ เงินก็ไม่มี” จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากลูกสาวคนที่ 2 ที่สอบติดพยาบาล “ลูกบอกว่า ‘ป๊าเลิกนะ’ ทำให้มีแรงบันดาลใจให้เลิกทั้งบุหรี่ ทั้งยา ทุกอย่าง” เขากล่าว

การเข้าร่วมโครงการบำบัดฟื้นฟูที่จัดโดยหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชน ช่วยให้เขาสามารถเลิกยาได้สำเร็จ “มีการอบรมทางด้านจิตใจ ด้านร่างกาย ฟื้นฟูหลายอย่าง ประกอบกับแรงบันดาลใจของเรา เลยทำให้หยุดได้ในที่สุด” ปัจจุบันชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ดีขึ้นมาก มีกิน มีใช้ ครอบครัวรักใคร่กันดี ได้สังคมกลับมา เพื่อนฝูงที่ห่างหายกันไปก็กลับมา”

นายสุวัจชัย เกียรติสกุลทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา เผยว่า จากการใช้โมเดล “ชุมชนล้อมรักษ์” ทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดได้รับการดูแลและคืนกลับสู่สังคมได้ 6 คน หยุดเสพได้ 3 คน ลดการใช้ยา 1 คน และเกิดครอบครัวล้อมรักษ์และครัวเรือนสีขาวถึง 246 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังผลักดันกิจกรรมส่งเสริมการเล่นกีฬาในชุมชน จัดพื้นที่เล่นกีฬา ติดไฟให้สว่างเพื่อความปลอดภัย ลดการมั่วสุมยาเสพติด

สสส. หวังว่าโมเดลความสำเร็จนี้จะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน