ในวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพ ความยั่งยืน และการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ‘อาหารแพลนต์เบส’ จึงไม่ใช่เพียงกระแสนิยมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของโลกอนาคต และในสมรภูมิอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตาม แต่กำลังก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำ ผ่านการขับเคลื่อนของ บริษัท นิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน จำกัด (NRPT) ผู้บุกเบิกนวัตกรรมอาหารแพลนต์เบสสัญชาติไทย ที่พร้อมโชว์ศักยภาพสู่สายตานานาประเทศในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดย NRPT ซึ่งเป็น บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ภายใต้กลุ่ม ปตท. ที่ร่วมกันตั้งเป้าสร้างอนาคตอาหารของโลก ผ่านการพัฒนาโรงงานผลิตอาหารแพลนต์เบสที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับโลก โดยเฉพาะการเป็นโรงงานแห่งแรกในอาเซียนที่ผ่านการรับรอง BRCGS Plant-Based ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์จากพืชที่ปลอดจากการปนเปื้อนจากเนื้อสัตว์ และได้รับการยอมรับจากตลาดสากลทั่วโลก

NRPT ปั้นแพลนต์เบสไทย ตีตลาดส่งออกกว่า 15 ประเทศทั่วโลก

เบื้องหลังความสำเร็จของ NRPT ไม่ได้มีเพียงแค่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น แต่ยังมีทีมวิจัยและพัฒนาจากสหราชอาณาจักร ที่คร่ำหวอดในวงการแพลนต์เบสมานานกว่า 30 ปีเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เมื่อความเชี่ยวชาญระดับโลกมาผนวกกับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย จึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงอร่อยแต่ยังใกล้เคียงเนื้อสัตว์ทั้งในรสชาติและเนื้อสัมผัสอย่างน่าทึ่ง จนสามารถครองใจได้ทั้งผู้บริโภคสายสุขภาพ คนที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ และผู้ประกอบการที่ต้องการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับเทรนด์โลก

ความทุ่มเทในการพัฒนาเหล่านี้ สะท้อนผลลัพธ์อย่างชัดเจน เมื่อเพียงหนึ่งปีหลังเริ่มสายการผลิต NRPT ก็สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 15 ประเทศทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงรับจ้างผลิต (OEM) ให้แก่แบรนด์อาหารในประเทศและต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศอังกฤษ ในการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน สร้างความเชื่อมั่นให้กับพาร์ตเนอร์จากหลากหลายประเทศ

หากมองลึกลงไปในโครงสร้างการตลาด จะพบว่าตลาดหลักของ NRPT ขณะนี้คือ สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งครองสัดส่วนประเทศละ 25% รองลงมาคือแคนาดา 15% ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์รวมกันอีก 12% ขณะที่ตลาดในประเทศยังเติบโตอย่างมั่นคง คิดเป็นประมาณ 10% ของยอดขายทั้งหมด โดยสินค้ายอดนิยม ได้แก่ เนื้อไก่เทนเดอร์แพลนต์เบส เนื้อบด และนักเก็ต ที่สามารถนำไปต่อยอดในธุรกิจอาหารได้อย่างหลากหลาย

เมื่อมองภาพรวมในระดับโลก ตลาดแพลนต์เบสทั่วโลกกำลังขยายตัวด้วยความเร็วสูง อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 19.8% ต่อปีไปจนถึงปี 2030 โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ระดับโลกอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่ต่างกำลังมองหาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และจริยธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ

พลิกโฉม ‘แกงไทยแพลนต์เบส’ สู่มาตรฐานอาหารแห่งอนาคต

นอกจากนี้ NRPT ยังเดินหน้าผลักดันอาหารไทยสู่ตลาดโลก ด้วยการพัฒนาเมนู ‘แกงไทยแพลนต์เบส’ เช่น แกงเขียวหวาน ต้มยำน้ำข้น และข้าวซอย ให้กลายเป็นอาหารแห่งอนาคตที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความยั่งยืน โดยการผลิตเนื้อจากพืชช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 89% ใช้ที่ดินน้อยลง 79% และใช้น้ำน้อยลงถึง 95% เมื่อเทียบกับการผลิตเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีฮอร์โมน ไขมันต่ำ โปรตีนสูง และอุดมไปด้วยใยอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือการสร้างคุณค่าให้กับเกษตรกรไทย เพราะการผลิตอาหารแพลนต์เบสโดยใช้สมุนไพรและวัตถุดิบพื้นบ้าน เช่น ข่า ตะไคร้ มะกรูด โหระพา และมะเขือพวง เป็นการสร้างความต้องการทางการตลาดที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาว

NRPT จึงไม่ใช่แค่ผู้ผลิตอาหารแพลนต์เบส แต่คือผู้บุกเบิกที่กำลังขับเคลื่อนนิยามใหม่ของอาหารแห่งอนาคต ด้วยมาตรฐานระดับโลก นวัตกรรมที่ก้าวล้ำ และวิสัยทัศน์ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้ผลิตถึงผู้บริโภค พร้อมปักหมุดให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง Future Food ของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 บูธของ NRPT ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงให้เป็นเสมือนครัวแห่งอนาคต โดยนำเสนอทั้งอาหารพร้อมปรุง (Ready to Cook) และพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) หลากหลายเมนู อาทิ แกงเขียวหวานเนื้อแพลนต์เบส แกงมัสมั่นเนื้อแพลนต์เบส ข้าวซอยเนื้อแพลนต์เบส ไส้กรอก นักเก็ต มีทบอล เกี๊ยวซ่า รวมถึงไฮไลต์ใหม่ ซาลาเปาหมูแดง หมูทอดทงคัตซึ และปอเปี๊ยะ ที่สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าชมด้วยรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริงอย่างน่าทึ่ง

การจัดแสดงในครั้งนี้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ NRPT ในการพัฒนาโปรตีนทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สุขภาพ และนวัตกรรมควบคู่กัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน