เด็ก เยาวชน และครอบครัว เป็นรากฐานสำคัญของสังคม เพราะส่งผลต่อทั้ง ‘ปัจจุบัน’ และ ‘อนาคต’ ของประเทศโดยตรงดังนั้นทั้งสามองค์ประกอบนี้จึงต้องได้รับการดูแล ส่งเสริม และพัฒนาไปพร้อมกัน เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และน่าอยู่

สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

จึงถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อทำงานกับเยาวชน ครอบครัว และชุมชน ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันความเสี่ยง อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า อุบัติเหตุทางถนน สุขภาวะทางเพศ ไปจนถึงผลักดันนโยบายสาธารณะที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเยาวชน อย่างมาตรการห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และแนวทางสื่อสารความเสี่ยงแก่เด็กและเยาวชน

ล่าสุด จัดมหกรรมคนรุ่นใหม่รู้ทันภัยสุขภาพ : ก้าวสู่ปีที่ 15 สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย พร้อมยื่น 6 ข้อเสนอเชิงนโยบายลดภัยคุกคามสุขภาพต่อรัฐบาล โดยมี น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพร้อมรับมอบข้อเสนอเชิงนโยบาย

น.ส.จิราพร กล่าวภายในงานว่า ขณะนี้เด็กและเยาวชนไทยพบเจอปัญหาการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และอุบัติเหตุทางถนน ส่งผลทำให้เด็กและเยาวชนเจ็บป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงเกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ รัฐบาลดำเนินมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยคุกคามเหล่านี้ โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในทุกด้าน เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ รวมถึงวางรากฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย

“ขอแสดงความยินดีกับสถาบันยุวทัศน์ฯ ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 15 ที่สนับสนุนการทำงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน และส่งมอบข้อเสนอแนะนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่หน่วยงานของคนรุ่นใหม่ทุ่มเทการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ” น.ส.จิราพร กล่าว

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เสริมว่า สสส. ขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะในทุกกลุ่มช่วงวัยมาโดยตลอด รวมถึงสร้างความตระหนักรู้และการแก้ปัญหาผ่านโครงการ แคมเปญ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการทำงานของภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ในการแก้ปัญหาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า อุบัติเหตุทางถนน สุขภาวะทางเพศ

“การสูบบุหรี่ทุกชนิดและดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค NCDs สสส. ยังคงยืนยัน 5 มาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนจากผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ คือ

  1. พัฒนาและจัดการองค์ความรู้
  2. สร้างความตระหนักหรือรับรู้โทษพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน
  3. เฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย
  4. พัฒนาศักยภาพเครือข่าย
  5. ยืนยันนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า หากประสบผลสำเร็จจะช่วยลดการเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs

ของคนไทยได้” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

โดยในปีนี้ ยท. มีข้อเสนอเชิงนโยบายต่อนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 6 ข้อ ได้แก่

  1. คงมาตรการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย
  2. บังคับใช้กฎหมายต่อผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาด
  3. ลดราคาถุงยางอนามัยเพื่อเพิ่มการเข้าถึงถุงยางอนามัยของเด็กและเยาวชน
  4. อนุญาตให้ผู้ผลิตถุงยางอนามัยสามารถโฆษณาประโยชน์ของถุงยางอนามัยต่อสาธารณะได้มากขึ้น
  5. เพิ่มหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนในหลักสูตรการศึกษา

และ 6. เร่งรัดจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน

ในคณะกรรมการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ส่วนกลาง


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน