ในยุคที่โรคเรื้อรังกลายเป็นภัยเงียบคุกคามคนไทยมากขึ้นทุกปี หนึ่งในโรคที่สร้างภาระต่อระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมาก คือ ‘โรคไตเรื้อรัง’ แม้จะไม่ปรากฏอาการชัดเจนในระยะแรก ทว่ากลับโรคนี้กลับดำเนินอย่างเงียบเชียบไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายโดยไม่ทันรู้ตัว

เพราะโรคไตเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่ยังถูกมองข้าม ทั้งแง่ของการป้องกันและการดูแลเบื้องต้น งาน Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ จึงหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญ ผ่านเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลโรคไต’ บรรยายโดย ผศ.พญ.สุภินดา ศิริลักษณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต จากโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ซึ่งวันนี้ได้มาถ่ายทอดแนวทางการดูแลสุขภาพไตในชีวิตประจำวัน โดยเน้นทั้งด้านพฤติกรรม การตรวจสุขภาพ และการป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม

ขณะเดียวกัน แนวทางสุขภาพที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากภาควิชาการเพียงลำพัง แต่ยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากภาคธุรกิจที่มองเห็นความสำคัญของการลงทุนในคุณภาพชีวิตของคนไทย เช่นเดียวกับบทบาทของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของเวทีเสวนาภายในงาน Thailand Healthcare 2025 พร้อมหนุนเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญสู่ประชาชน

ถอยห่าง ‘โรคไต’ แค่ลดเค็ม-เลี่ยงยา-ดื่มน้ำพอดี

ผศ.พญ.สุภินดา ศิริลักษณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต จากโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์

ผศ.พญ.สุภินดา ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตประมาณ 11-12 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น บริโภคอาหารเค็มจัด ใช้ยาแก้ปวดอย่างต่อเนื่อง หรือดื่มน้ำน้อย ดังนั้น โรคไตจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย หากไม่รู้จักวิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

“คนไทยป่วยเป็นโรคไตประมาณ 11-12 ล้านคน ซึ่ง 95% ของคนเป็นโรคไตส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว หากมาพบหมอก็จะอยู่ในระยะที่ 4 และ 5 ซึ่งอาจถึงขั้นฟอกไต อยากให้ทุกคนตระหนักเพื่อตรวจสุขภาพ หากเจอก่อน ก็สามารถรักษาได้ทัน” ผศ.พญ.สุภินดา เผย

ผศ.พญ.สุภินดา เน้นย้ำว่า กุญแจสำคัญในการป้องกันโรคไต คือ ‘การรู้เท่าทันพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเอง’ การปรับอาหารเป็นเรื่องแรกที่แนะนำให้เริ่มต้น โดยควรลดการบริโภคโซเดียมจากอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยว หลีกเลี่ยงการเติมซอสปรุงรสเกินความจำเป็น ขณะเดียวกันการดื่มน้ำให้เพียงพอก็มีบทบาทสำคัญ โดยผู้ใหญ่ทั่วไปควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือปรับตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัว อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำมากเกินไปก็อาจเป็นภาระในผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมอยู่แล้ว จึงควรดื่มให้พอเหมาะและสังเกตปัสสาวะของตนเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น

อีกประเด็นสำคัญคือการหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของ NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), ไดโคฟีแน็ก (Diclofenac), นาโปรเซน (Naproxen) และไพรอกซิแคม (Piroxicam) เป็นต้น ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุหลักของไตอักเสบ-ไตเสื่อมในระยะยาว เช่นเดียวกับยาสมุนไพรที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยชัดเจน จึงควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาใดๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงหรือผู้สูงอายุ

ความพอดีคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพยั่งยืน

ท้ายที่สุด ผศ.พญ.สุภินดา ได้ฝากข้อคิดไว้ในเวทีการบรรยายครั้งนี้ว่า การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ยากเกินวิถีชีวิตของมนุษย์ทั่วไป ขอเพียงแค่รู้จักความพอดี ไม่หวานเกินไป ไม่เค็มเกินไป ทุกอย่างอยู่ในสมดุล หากรู้ว่าสิ่งใดไม่เป็นประโยชน์ ก็ค่อยๆ ปรับลดลงอย่างมีสติ และสิ่งสำคัญคือการตระหนักว่าโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นในวันนี้ มักเป็นผลลัพธ์จากพฤติกรรมสะสมในอดีต การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทันที แต่อยากให้ทุกคนเริ่มต้นลงมือทำ ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว

ทั้งนี้ งาน Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ จัดใหญ่จัดเต็ม 4 วัน ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 ถึงวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ประชาชนสามารถเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีสามย่าน ทางออกที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน