เพราะภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ผู้ดื่ม แต่ลุกลามไปถึงคนในครอบครัวและคนรอบข้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงผนึกภาคีเครือข่าย จัดเวทีเสวนา ‘เหยื่อสงครามน้ำเมา’ ถอดประสบการณ์จากผู้ได้รับผลกระทบจากพิษสุราทั้ง 4 คน ได้แก่ เหยื่อเมาแล้วขับ พ่อที่สูญเสียลูกชาย เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และเยาวชนที่เคยพัวพันอาชญากรรม มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงเพื่อเป็นอุทาหรณ์ พร้อมกระตุ้นให้สังคมหันมาช่วยกันพูดต่อ เพื่อชวนกันลด ละ เลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษา

น.ส. รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ. สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส.
น.ส. รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ. สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมเผยที่มาของการกำหนดให้วันเข้าพรรษาเป็น ‘วันงดดื่มสุราแห่งชาติ’ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2551 ดังนั้น สสส. ในฐานะองค์กรเพื่อสุขภาพวะ จึงดำเนินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้ตระหนักถึงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ อุบัติเหตุ ความรุนแรง และอาชญากรรม รวมถึงผลกระทบในมิติสังคมโดยรวม

ผู้ได้รับผลกระทบจากพิษสุราทั้ง 4 คน ได้แก่ เหยื่อเมาแล้วขับ พ่อที่สูญเสียลูกชาย เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และเยาวชนที่เคยพัวพันอาชญากรรม
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลปี 2567 พบว่ามีคนไทยกว่า 13 ล้านคนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ในจำนวนนี้ 6.7 ล้านคนสามารถงดเหล้าได้ครบตลอด 3 เดือน ปีนี้จึงมุ่งขยายลงไปในระดับพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมาย คือ ‘เวทีเหยื่อสงครามน้ำเมา’ ที่เปิดพื้นที่ให้ 4 ผู้ได้รับผลกระทบจากสุรา พร้อมสะท้อนถึงความจำเป็นของการสร้างระบบสนับสนุนเชิงโครงสร้าง เพื่อลดปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

รศ.ดร.นพ. พลเทพ วิจิตรคุณากร ผอ. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ขณะที่ รศ.ดร.นพ. พลเทพ วิจิตรคุณากร ผอ. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบคนไทยป่วยเป็นมะเร็งรายใหม่ปีละ 1.4 แสนคน เสียชีวิต 8.3 หมื่นคนโดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือแอลกอฮอล์ ซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 และมีความเชื่อมโยงกับมะเร็งอย่างน้อย 8 ชนิด ขณะเดียวกันคนไทยเกือบ 80% เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และปัญหาครอบครัว
ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ ต้นทุนทางสังคมเฉลี่ยจากนักดื่มไทยหนึ่งคนสูงถึง 498,196 บาท โดยเฉพาะนักดื่มชายมีต้นทุนสูงถึง 721,344 บาทต่อคน ตัวเลขทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการขับเคลื่อนนโยบาย-มาตรการลด ละ เลิกการดื่ม เพื่อปกป้องสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน
“ทุก 10 วินาที จะมีคนเสียชีวิตจากพิษภัยของแอลกอฮอล์ 1 คน เท่ากับว่าแค่ในช่วงที่ผมพูดมา 20 นาทีนี้ มีคนตายไปแล้วถึง 120 คน และตัวเลขนี้จะยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากเราไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าการทำงานของภาคีเครือข่ายและทุกคนในที่นี้จะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนวัฒนธรรมน้ำเมา เริ่มได้จากครอบครัว สู่ชุมชน และขยายไปถึงนโยบายระดับชาติ”

น.ส. ตวิษา ปานแม้น ผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ด้าน น.ส. ตวิษา ปานแม้น ผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้เล่าย้อนถึงชีวิตที่เริ่มต้นครอบครัวกับชายคนรัก ซึ่งต่อมากลายเป็นพ่อของลูก แต่เพียงไม่กี่ปีฝ่ายชายกลับกลายเป็นคนเกียจคร้าน ติดสุราอย่างหนัก ใช้ความรุนแรงจนต้องแยกทาง และตัดสินใจให้เขาเลี้ยงดูลูกแทน เมื่ออดีตคนรักเสียชีวิต ลูกชายจึงกลับมาอยู่กับเธอเต็มตัว โดยปัจจุบันลูกวัย 17 ปีคือแรงใจที่ทำให้ลุกขึ้นสู้ พร้อมก้าวต่ออย่างเข้มแข็ง
“เพลงครึ่งหนึ่งของชีวิต เปรียบได้กับชีวิตของตัวเอง เพราะครึ่งชีวิตแรกเต็มไปด้วยความเจ็บปวด จนเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องกลับมารักตัวเอง และทิ้งความเจ็บปวดไว้ข้างหลัง สำหรับใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องสุราและความรุนแรงในครอบครัว ขอให้กลับมารักตัวเองให้มากที่สุด รีบพาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมแบบนั้นโดยเร็ว เพราะความสุขที่แท้จริงกำลังรออยู่ข้างหน้า” นส. ตวิษา ทิ้งท้าย