สสส.-ม.มหิดล เปิดรายงานสุขภาพคนไทย ปี 68 เตือน 10 สัญญาณวิกฤตสุขภาพจิต ชี้ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน-เร่งรับมืออัตราเด็กเกิดลดลง
สุขภาพกายจะแข็งแรงได้ ต้องเริ่มจากการมีสุขภาพใจที่ดี เพราะ ‘สุขภาพจิต’ คือพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว ‘รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2568’ ชี้ 10 ตัวชี้วัดสัญญาณเตือนสุขภาพจิตคนไทย เจาะลึก 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ปิดท้ายด้วยเรื่องพิเศษประจำฉบับ ‘เกิดน้อยกู่ไม่กลับ ต้องปรับและรับมืออย่างไร’ นำเสนอปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง-ภาพรวมสุขภาวะคนไทย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เผยว่า จากรายงานสุขภาพคนไทยปีล่าสุด พบประชากรไทยกว่า 13 ล้านคน เคยมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตมาก่อน และกว่า 3 หมื่นคน ในปี 2566 เคยพยายามฆ่าตัวตาย ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากแรงกดดันสูงจากสังคม ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล-ซึมเศร้า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุ 18 – 20 ปี เมื่อเจาะลึกลงไปพบข้อมูลที่น่าตกใจ คือ เยาวชนที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมีถึงร้อยละ 5 ตลอดจนเสี่ยงต่อการเป็นซึมเศร้า เครียด วิตกกังวลถึงร้อยละ 10 ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีแรงกดดันทางสังคมสูง อันมีสาเหตุมาจากการพยายามสร้างอัตลักษณ์ รวมถึงต้องการการยอมรับของวัยรุ่น

ดังนั้น สสส. ร่วมกับ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำรายงานสุขภาพคนไทย โดยมุ่งเน้น ‘ประเด็นสุขภาพจิต’ พร้อมชี้ชวนให้ทุกภาคส่วนใช้ข้อมูลในส่วนนี้ช่วยในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับปัญหาเด็ก-เยาวชน รวมถึงให้ทุกคนในสังคมไทยกลับมามองผลกระทบของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม พร้อมร่วมกันเยียวยาเพื่อสร้างสังคมที่เอื้ออาทร

ขณะที่ รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ หัวหน้าโครงการจัดทำรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2568 ได้เล่าถึงภาพรวมของรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2568 ว่า รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2568 ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ส่วนแรก คือ ตัวชี้วัด ซึ่งปีนี้เลือก ‘ประเด็นสุขภาพจิต’ มานำเสนอ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนให้ความสนใจ จึงพยายามรวบรวมข้อมูลสถิติที่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต ปัจจัยทางสังคม และภาพรวมอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดขึ้นของปัญหาสุขภาพจิต
ส่วนที่สอง สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ เป็นการรวบรวมประเด็นที่มีความสำคัญในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า การพนัน รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัย การจัดการสภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตคนไทยทั้งสิ้น

ส่วนสุดท้าย เรื่องพิเศษประจำฉบับ เรื่อง ‘เกิดน้อยกู่ไม่กลับ ต้องปรับและรับมืออย่างไร’ หากมองผิวเผินอาจไม่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพโดยตรง ทว่าเป็นเรื่องของประชากรและโครงสร้างของประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้น การส่งเสริมให้คนไทยมีบุตรมากขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการให้เงินอุดหนุนหรือสนับสนุนด้านนโยบายเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาในมิติของคุณภาพชีวิต ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างครอบครัวอย่างแท้จริง
“อยากให้รายงานเล่มนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความรอบรู้เรื่องสุขภาพของคนทั่วไป ในส่วนเชิงวิชาการและผู้กำหนดนโยบาย สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในฐานะหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อช่วยกำหนดทิศทางการทำงานและนโยบาย ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความพยายามในการทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพคนไทยให้ดีขึ้นในภาพรวม” รศ.ดร.เฉลิมพล ทิ้งท้าย