ผู้สูงอายุไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงใหม่จากโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน หรือกลโกงจากมิจฉาชีพที่ปรับเปลี่ยนวิธีหลอกลวงอย่างแนบเนียน ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความมั่นคงทางการเงิน และยังบั่นทอนความมั่นใจของผู้สูงวัยในการใช้สื่อดิจิทัล โลกออนไลน์ที่ควรเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้และการเชื่อมต่อกลับกลายเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญความเปราะบางทางสังคม

ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือโจทย์ใหญ่ที่สังคมต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และกลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด จัดงานเวทีสานพลังเครือข่าย ‘สูงวัยรู้ทันสื่อ’ ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ มุ่งถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานสร้างการเรียนรู้หลักสูตร ‘สูงวัยรู้ทันสื่อ’ ประกาศเดินหน้าขยายผลหลักสูตรฯ สู่โรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 68 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

นายธนสุนทร สว่างสาลี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีประชากรผู้สูงอายุ 13.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21 ของประชากรทั้งหมด และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กรมฯ จึงร่วมกับท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ 3,384 แห่งทั่วประเทศ
หนึ่งในหลักสูตรสำคัญ คือ ‘สูงวัยรู้ทันสื่อ’ ซึ่งเป็นที่มาของการจัดเวทีสานพลังวันนี้ เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้เท่าทันสื่อ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ และรู้วิธีป้องกันตัวเองอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก ขณะนี้มีโรงเรียนกว่าร้อยแห่งเริ่มใช้หลักสูตรแล้ว และจะขยายไปให้ครบทุกแห่ง พร้องตั้งเป้าสร้างโรงเรียนผู้สูงอายุเพิ่มเติมตามความต้องการของพื้นที่
“ถ้าไม่มี สสส. โครงการนี้คงไม่เกิดขึ้น สสส. เข้ามาช่วยอย่างมาก ทั้งการสร้างนวัตกรรม และนักกระบวนกรต้นแบบที่วันนี้มีอยู่ 228 คน คนเหล่านี้จะเป็นผู้ขยายผลต่อ ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่เริ่มจากคนใกล้ตัว ไปคุยกับพี่น้องในพื้นที่ ขยายผลไปเรื่อยๆ ว่าการถูกหลอกทางออนไลน์ทำให้สูญเสียทรัพย์มหาศาล และหากเราร่วมมือกัน ขยายจาก 228 คน ไปเป็นพันหรือหมื่นคน ปัญหาการถูกหลอกทางออนไลน์ก็จะไม่เกิดขึ้น”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์และพฤติกรรมการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2567 โดยสถาบันวิจัยภาษาและ วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล พบผู้สูงอายุถูกหลอกบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2564 เป็น 23.12% ในปี 2567 โดยผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีโอกาสถูกหลอกลวงทางออนไลน์ได้มากที่สุด สาเหตุเกิดจากความไม่ถนัดในการใช้เทคโนโลยี อีกทั้งมิจฉาชีพยังเจาะไปที่จุดอ่อนของผู้สูงอายุ เช่น ด้านการเงิน การขาดลูกหลานดูแล หรือภาวะหลงลืม ยิ่งไปกว่านั้นในยุคที่มี AI ยิ่งทวีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากสามารถปลอมได้ทั้งภาพและเสียง ทำให้หลอกได้แนบเนียนกว่าเดิม
สสส. ร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งมีเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ และนักกระบวนกรในพื้นที่ช่วยกันจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้ผู้สูงอายุรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งการลดการหลอกลวงออนไลน์จะช่วยลดภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความกังวล และการฆ่าตัวตายในระยะยาว เพราะหากผู้สูงอายุถูกหลอกจนหมดตัว สูญเสียเงินที่สะสมไว้ ความมั่นคงหายไป อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และในระยะยาวอาจเกิดความสูญเสียที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งกับตัวผู้สูงอายุและครอบครัว
“อยากฝากว่าทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมมือกัน ในการส่งต่อเรื่องสูงวัยรู้ทันสื่อ เพื่อไม่ให้ใครถูกหลอก ขอบคุณกลุ่มคนตัว D และสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาร่วมมือกัน เราได้เห็นทั้งภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคราชการทำงานร่วมกัน สสส. ขอทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมระหว่างกลุ่มต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย”

รศ.ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เสริมว่า สถาบันฯ ทำงานร่วมกับ สสส. พัฒนาการรู้เท่าทันสื่อสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2561 โดยดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยที่เน้นว่างานวิชาการหรืองานวิจัยที่ทำต้องสร้าง Real World Impact คือเกิดประโยชน์กับผู้รับจริงๆ
“หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ สสส. และทำมาปัน โดย 4 บทหลักจะขยี้ 4 คำ คือ หยุด–คิด–ถาม–ทำ ลักษณะของผู้สูงอายุที่ศึกษา พบว่า มักเกรงใจคนที่เข้ามาจึงทำตาม ดังนั้น เราจึงสอนเทคนิคว่า ‘หยุด‘ ต้องหยุดอย่างไร หยุดไปทำไม เทคนิคในการ ‘คิด‘ ต้องคิดอย่างไร ส่วน ‘ถาม‘ เราย้ำมาก โดยผู้สูงอายุมักจะถามตัวเอง และถามแค่คนที่รู้จักเพียงแหล่งเดียว จึงพยายามเน้นให้ถามจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายและเชื่อถือได้ ส่วน ‘ทำ‘ เราบอกผู้สูงอายุเลยว่าเมื่อผ่านทั้ง 3 กระบวนการแล้ว จะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้”

ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน การรู้เท่าทันสื่อจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญให้ผู้สูงอายุใช้โลกออนไลน์อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยังคงเชื่อมต่อกับสังคมได้อย่างมีคุณค่า สำหรับผู้ที่สนใจ ‘หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ’ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.iceml.org/Doc/Curriculum-2024-Media-Literacy.pdf”