ถ้าพูดถึง IPA (India Pale Ale) หลายคนอาจจะคุ้นชื่อบ้างเวลาไปต่างประเทศ หรือเห็นอยู่ตามบาร์เบียร์คราฟต์ แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า IPA คืออะไร ต่างจากเบียร์ทั่วไปตรงไหน แล้วทำไมถึงถูกยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์การปฏิวัติของนักดื่มทั่วโลก

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของ IPA ที่ประเทศอังกฤษเมื่อหลายร้อยปีก่อน เครื่องดื่มชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเดินทางไกลสู่ดินแดนอาณานิคมอินเดีย ก่อนจะข้ามมหาสมุทรไปอเมริกาและกลายเป็นสัญลักษณ์การปฏิวัติครั้งใหญ่ในโลกของเครื่องดื่ม ที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ของนักดื่มรุ่นที่มองหาเบียร์ที่แตกต่าง กล้าลอง และเต็มไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว

แล้ว IPA มีกี่สไตล์กันแน่?

และถ้าอยากทำความเข้าใจ IPA ให้มากกว่านี้ ที่ไม่ใช่แค่การดื่ม แต่เป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมเบียร์ระดับโลก ซีรีส์วิดีโอ ‘เปิดจักรวาลเบียร์กับพี่เถียร’ จะพาไปเล่าเรื่อง IPA ตั้งแต่ต้นกำเนิดในอังกฤษ จนถึง IPA ตะวันแดงที่เกิดขึ้นในวันนี้

เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และเบียร์คาราบาว – เบียร์ตะวันแดง

เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และเบียร์คาราบาว – เบียร์ตะวันแดง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์ที่มารับหน้าที่เล่าเรื่องในซีรีส์นี้ ได้อธิบายว่า IPA ไม่ได้มีแค่รสชาติเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่พัฒนาออกมาหลายสไตล์ ทั้งเข้มข้น หอมสดชื่น หรือดื่มง่าย

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดมากขึ้น ลองมาทำความรู้จักกันทีละแบบ เริ่มต้นด้วย English IPA หรือ Traditional IPA ระดับแอลกอฮอล์จะอยู่ราวๆ 5-7% ให้รสชาติสมดุลระหว่างมอลต์กับฮอปส์ กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้และสมุนไพรตามแบบฉบับอังกฤษ ส่วนอีกแนวที่ได้รับความนิยมในอเมริกา คือ Double IPA ระดับแอลกอฮอล์สูงกว่า 7-10% ใช้ฮอปส์เยอะมากจนได้ทั้งความขมและกลิ่นที่ชัดเจนแบบจัดเต็ม

ต่อมาในฝั่งอเมริกาก็เกิด New England IPA หรือ Hazy IPA ระดับแอลกอฮอล์ประมาณ 6-8% ลักษณะเบียร์จะขุ่นเล็กน้อย มีความหอมของผลไม้ สดชื่น และลดความขมลง ดื่มง่ายกว่า IPA แบบดั้งเดิมกว่ามาก ส่วน Session IPA ก็เป็นอีกสไตล์ที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากดื่มเบาๆ เพราะมีแอลกอฮอล์ราว 3-5% รสชาติสดชื่น กลิ่นหอมของฮอปส์ชัดเจน ดื่มได้เรื่อยๆ ทั้งวัน

จากที่เล่ามาจะเห็นว่า IPA ไม่ได้มีสูตรตายตัว และนี่คือเสน่ห์ของ IPA ที่ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปจนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เบียร์สายครีเอทีฟ’ ขจรไกลและได้รับความนิยมไปทั่วโลก

แล้วทำไม IPA ถึงยังไม่ฮิตในไทยกันนะ?

ถึงแม้ IPA จะดังมากในอเมริกาและยุโรป แต่สำหรับนักดื่มไทย หลายคนกลับยังไม่คุ้นเคย บางคนลองแล้วพบว่าขมเกินไป ดื่มยาก จนติดภาพว่า IPA เป็นเบียร์ที่ไม่เหมาะกับบ้านเรา เสถียรจึงอธิบายว่า ความท้าทายของ IPA คือรสชาติที่เข้มและขม ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศร้อนและผู้บริโภคมักคุ้นกับเบียร์ที่ดื่มง่าย สดชื่น

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘ตะวันแดง IPA’ จากโจทย์ที่ว่า IPA แบบไหนที่เหมาะกับนักดื่มไทย ตะวันแดงจึงเลือกพัฒนา Pacific IPA เพราะเชื่อว่าเบียร์ในเมืองร้อน ไม่ควรมีดีกรีสูงจนเกินไป แต่ยังคงเอกลักษณ์ความหอมของฮอปส์และรสชาติที่มีมิติ โดยเบื้องหลังของตะวันแดง IPA มีการคัดเลือกฮอปส์ถึง 5 สายพันธุ์ จากยุโรป นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เพื่อนำมาผสมผสานจนได้รสชาติที่ซับซ้อน แต่ยังกลมกล่อม ไม่ขมเกินไป และดื่มง่าย

“IPA ส่วนใหญ่ที่คนไทยเคยเจอ มักจะขมจัดและแอลกอฮอล์สูง ทำให้ติดภาพว่า IPA ดื่มยาก แต่จริงๆ แล้ว IPA มีหลายสไตล์ และหลายแบบก็ดื่มง่าย สดชื่น เหมาะกับบ้านเราได้เหมือนกัน” เสถียรเล่า

เสถียร ยังเล่าอีกว่า ต้องการทำ IPA ที่ยังคงกลิ่นหอมสดชื่นของฮอปส์ แต่ไม่ขมจนเกินไป มีดีกรีที่เหมาะกับการดื่มสังสรรค์ นั่งคุย นั่งฟังเพลงในบรรยากาศแบบไทยได้จริงๆ ดังนั้น ตะวันแดง IPA จึงแตกต่างจาก IPA ที่เคยรู้จัก เพราะเป็น IPA ที่ถูกออกแบบมาให้ดื่มง่ายขึ้น แต่ยังคงความเป็น IPA อย่างเต็มเปี่ยม ทั้งกลิ่นหอมสดชื่น รสชาติสมดุล มีระดับแอลกอฮอล์ที่เหมาะสม ไม่ทำให้รู้สึกหนักจนเกินไป หรือถ้าให้สรุปง่ายๆ ก็คือ IPA แบบไทยๆ ที่เคารพต้นฉบับ แต่ปรับให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยมากขึ้น

เรียกได้ว่า IPA สอนให้รู้ว่าเบียร์ไม่ได้มีรสชาติเดียว แต่ว่ามีพื้นที่ให้ทดลอง มีพื้นที่ให้สร้างสรรค์ และ IPA คือ เบียร์ที่เปิดประตูบานนั้นให้กับนักดื่มทั่วโลก

ไม่พลาดความรู้ คู่ความสนุก-ประวัติศาสตร์ของเครื่องดื่มที่ครองใจคนทั่วโลก ติดตามเรื่องราวแบบเต็มๆ ในซีรีส์ ‘เปิดจักรวาลเบียร์กับพี่เถียร’ ได้ที่นี่ LINK แล้วจะรู้ว่า IPA ไม่ใช่เบียร์ที่ขมจนดื่มยากเสมอไป แต่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความสร้างสรรค์ที่นักดื่มทั่วโลกต่างหลงรัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน