‘ปัญหาเหล้าและอบายมุข’ ยังคงเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุและโรคภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือที่เผชิญทั้งการดื่มในงานบุญ งานศพ รวมถึงการขายสุราในชุมชนอย่างแพร่หลาย ทำให้ปัญหานี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่กัดกินคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง
แต่ที่ตำบลร่องเคาะ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ได้พิสูจน์แล้วว่า ‘พลังชุมชน’ คือคำตอบ เพราะชาวบ้าน วัด โรงเรียน และองค์กรท้องถิ่นต่างกันลุกขึ้นมากำหนดกติกาชุมชน เพื่อลดการดื่มในทุกมิติ โดยมี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าหนุนเสริม จนเกิดเป็น ‘ร่องเคาะโมเดล’ ที่ทำให้หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นต้นแบบการสร้างสังคมปลอดเหล้า

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส.
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า การสร้างเสริมสุขภาพไม่ใช่เพียงการปรับพฤติกรรมของประชาชนเท่านั้น แต่ต้องควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะที่ดี จึงเป็นที่มาของการสานพลังเครือข่ายใน ต.ร่องเคาะ โดยใช้พลังชุมชนสร้างมาตรการเข้มแข็ง เช่น งานบุญงานศพปลอดเหล้า 100% ร้านค้าสีขาวกว่า 30 ร้านที่เลิกขายสุราหรืองดขายช่วงเข้าพรรษา ตลอดจนหลักสูตรโรงเรียนงดเหล้าและลดอุบัติเหตุ ส่งผลให้เกิดครอบครัวต้นแบบกว่า 70 ครอบครัว มีผู้ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาถึง 2,069 คน สามารถลดทั้งอุบัติเหตุและโรคตับ รวมถึงลดความสูญเสียในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ร้านค้าปลอดเหล้าในพื้นที่ ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง
นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากวัดในพื้นที่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศีลธรรมและสุขภาพ เช่น การลดควันธูปเทียนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ต่อยอดไปสู่การตระหนักถึงโทษภัยของเหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ขณะเดียวกัน หน่วยงานท้องถิ่นก็ผลักดันให้มาตรการเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ป่าชุมชน และความมั่นคงทางอาหาร ถือเป็นภาพสะท้อนพลังชุมชนที่ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
“สสส. ไม่ได้ทำงานเพียงการปรับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพครั้งนี้จะสำเร็จได้ต้องปรับพฤติกรรมและการปรับสภาพแวดล้อมควบคู่กัน เช่น การลดจำนวนร้านจำหน่ายสุราในชุมชน การสร้างกติกาชุมชน การสนับสนุนพลังศาสนาและเยาวชนเข้ามามีบทบาท ทั้งหมดนี้คือแนวทางที่จะทำให้อำเภอวังเหนือก้าวสู่พื้นที่ปลอดเหล้า” กรรมการกองทุน สสส. เผย
นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง
ด้าน นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง เน้นย้ำว่า ต.ร่องเคาะ ถือเป็นต้นแบบที่เข้มแข็งเพราะมีการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน หน่วยงานท้องถิ่น และศาสนา ผ่านกลไก ‘5 ให้’ ได้แก่ ให้แบบอย่าง ให้ธรรมะ ให้ความปลอดภัย ให้สุขภาพ และให้กำลังใจ ร่วมกับพลัง ‘บวร’ (บ้าน-วัด-โรงเรียน-ชุมชน) ทำให้งานรณรงค์ครอบคลุมครบวงจร ทั้งการสร้างการรับรู้ตระหนักรู้ในพิษภัย (ต้นน้ำ) การกำหนดกติกาชุมชนปลอดเหล้าในงานบุญประเพณี (กลางน้ำ) และการบำบัดดูแลผู้ที่ยังดื่ม (ปลายน้ำ)
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจน เช่น การที่ อ.วังเหนือ ได้รับรางวัลอำเภอที่ไม่มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปีใหม่และสงกรานต์ รวมถึงการทำให้งานศพปลอดเหล้า 100% ลดทั้งอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่าย และความสูญเสีย แม้บางงานมงคลยังมีการดื่มอยู่ ทว่าก็มีความพยายามสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องกับผู้นำชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญ คือ ‘ทำให้ อ.วังเหนือ ปลอดเหล้า ปลอดอุบัติเหตุ และปลอดโรคภัยที่เกิดจากการดื่มมากที่สุด’
“ความร่วมมือทั้งหมดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดลำปางที่มุ่งสู่เมืองแห่งความสุข เมืองเกษตรปลอดภัย และชุมชนสุขทุกด้าน การที่ สสส. ลงพื้นที่วังเหนือครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จ และเป็นกำลังใจให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าสร้างชุมชนเข้มแข็ง ปลอดเหล้า ปลอดอุบัติเหตุ และสุขภาพดี” นายอำเภอวังเหนือ เน้นย้ำ

นายชาญ อุทธิยะ ประชาคมงดเหล้า จ.ลำปาง
มุมมองของคนในพื้นที่ นายชาญ อุทธิยะ ประชาคมงดเหล้า จ.ลำปาง เล่าย้อนถึงการเริ่มต้นทำงานร่วมกับ สสส. ตั้งแต่ปี 2548 โดยเริ่มจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนจะขยายผลไปสู่งานศพปลอดเหล้า ซึ่งช่วยลดรายจ่าย ลดอบายมุข และนำไปสู่การประกาศ ‘นโยบายจังหวัดลำปางงานศพปลอดเหล้า’ ที่ทุกอำเภอมีตำบลนำร่องอย่างน้อย 1 แห่ง
นายชาญ อธิบายว่า ช่วงแรกของการทำงานเป็นการชวนคิดชวนคุย ให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงโทษของการดื่ม พร้อมตั้งคำถามสะท้อนผลกระทบต่อครอบครัว-สังคม ที่สำคัญคือการสนับสนุนจากผู้นำชุมชนที่ช่วยขับเคลื่อนในเชิงโครงสร้าง และการบูรณาการระหว่างท้องที่และท้องถิ่น แม้จะมีความเห็นต่าง แต่เมื่อถึงเวลาลงพื้นที่ ทุกฝ่ายก็ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน จนเกิดมาตรการชุมชนที่เข้มแข็ง
หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญคือ การผลักดัน ‘งานศพปลอดเหล้า’ ที่ช่วยลดปัญหาสังคมและค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เมื่อเห็นผลเป็นรูปธรรม จึงประสานงาน สสส. เพื่อนำโครงการนี้ขยายสู่ระดับตำบล และต่อยอดไปถึงระดับอำเภอ จนสามารถประกาศเป็นอำเภองดเหล้าได้ จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่การรณรงค์งานบุญประเพณีปลอดเหล้า และการจัดตั้งชมรมคนลดละเลิกเหล้าใน 10 ตำบล ตลอดจนเชื่อมโยงไปสู่การรณรงค์ด้านอื่นๆ เช่น ลดการบริโภคหวาน มัน เค็ม รวมถึงมาตรการป้องกันยาเสพติด ทั้งหมดถูกรวมอยู่ในกรอบของ ‘สุขภาวะ’ ที่ครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต

การทำงานของ สสส. ผ่าน ‘ร่องเคาะโมเดล’ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ใน อ.วังเหนือ เท่านั้น แต่กำลังถูกขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากพลังชุมชน สามารถพลิกวิถีชีวิต ลดอบายมุข และสร้างสังคมสุขภาวะได้จริง