เรื่องราวของสุขภาพไม่เคยจำกัดเพศหรือวัย เพราะทุกคนต่างมีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ข้อมูลล่าสุดจากการตรวจร่างกายคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ในการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ปี 2567–2568 โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่ามีเพียง 16.6% ของประชากรไทยที่บริโภคผักและผลไม้เพียงพอ ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ (400 กรัม/วัน) เพื่อป้องกันโรค NCDs

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายตลาดเขียวเกษตรแบ่งปัน จัดกิจกรรม “ก้าวสู่ปีที่ 2 ปักหมุดตลาดเขียวเกษตรแบ่งปัน ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง” จังหวัดราชบุรี เพื่อพัฒนาระบบและยุทธศาสตร์การสร้างชุมชนต้นแบบบูรณาการการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัย ภายใต้โครงการสถานีเกษตรแบ่งปัน ตลาดเขียวเชื่อมผู้ผลิตกับผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาหารปลอดภัย คุณภาพ และแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคยุคใหม่

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 สสส. กล่าวว่า ตลาดเขียวเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างระบบอาหารปลอดภัย ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยทุกเพศทุกวัย เราเน้นการสร้างสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่จะเกิดโรคหรือปัญหาสุขภาพ ตลาดเขียวไม่ได้เป็นเพียงตลาด แต่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นตัวกลางที่สร้างความมั่นใจด้านอาหารปลอดภัย ทั้งในระดับชุมชนและสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และองค์กรต่าง

ทั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า ตลาดเขียวช่วยสร้าง โมเดลมาตรฐานตลาดชุมชน โดยเน้นการตรวจสอบย้อนกลับ คุณภาพความปลอดภัย การรับรองอินทรีย์ และหลักเกณฑ์การจัดการตลาดที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาของวัตถุดิบและคุณภาพอาหาร พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชุมชนมีรายได้อย่างยุติธรรมและยั่งยืน

ด้าน ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. เสริมว่า ตลาดเขียวถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ทั้งด้านการเข้าถึงอาหารปลอดภัย การสร้างความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

ตลาดเขียว นวัตกรรมชุมชนสู่ความยั่งยืนด้านอาหาร

ตลาดเขียวไม่ใช่เพียงพื้นที่ค้าขาย แต่เป็นพื้นที่นวัตกรรมทางสังคมที่เชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ คุณภาพความปลอดภัย การรับรองอินทรีย์ และหลักเกณฑ์การจัดการตลาดที่ชัดเจน นอกจากนี้ ตลาดเขียวยังเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล โรงเรียน หน่วยงานรัฐ ห้างค้าปลีก และตลาดในเมือง เพื่อสร้างระบบอาหารปลอดภัยและยั่งยืน

บาทหลวง ผศ.ดร.วุฒิชัย อ่องนาวา ผู้รับผิดชอบโครงการสถานีเกษตรแบ่งปัน ณ ราชบุรี กล่าวว่า โครงการสถานีเกษตรแบ่งปันฯ เป็นการขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นแบบแหล่งผลิตพืชผักออร์แกนิคในจังหวัดราชบุรี มุ่งพัฒนาชุมชนอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กร และสถาบันการศึกษา

ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 400 คน/ครั้ง เกิดการขยายผลแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย 15 แห่ง กระจายตามอำเภอและชุมชนต่าง รวมถึงเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เช่น CJ More เปิดพื้นที่ขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัยในสถาบันการศึกษา รวมถึงพัฒนาพื้นที่รองรับเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอาหารมากกว่า 800 คนต่อปี และเกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนกว่า 2,200,000 บาทต่อปี

ด้าน คุณสมใจ นิยมญาติ จากกลุ่มสตรีมีสาระ อำเภอเมืองดอนแร่ เผยความรู้สึกว่ครั้งแรกที่มาตลาดเขียว รู้สึกว่ามันไกล แต่พอได้มาขายจริง พบว่านี่ไม่ใช่ตลาดทั่วไป เพราะไม่มีการแข่งขัน ทุกคนมาด้วยความสบายใจ เราได้เรียนรู้ แบ่งปัน และช่วยให้ชุมชนเติบโต เราคัดเลือกสินค้าที่ดีให้ผู้บริโภค ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทุกวันเสาร์คือความสุขที่เราได้มาแลกเปลี่ยน เชื่อมโยง และสนับสนุนตลาดให้เติบโตไปด้วยกัน

ครูดาวเรือง ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์รักจอมบึง กล่าวว่เรามีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด เพราะความปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่ดินที่เราปลูก ดูแลทุกขั้นตอนจนถึงจานอาหาร การเข้าร่วมตลาดเขียวทำให้เราไม่ได้เพียงขายผลผลิต แต่ยังได้ส่งต่อความมั่นใจและความสุขให้ผู้บริโภคด้วย

ตลาดเขียวจึงเป็น กลไกสำคัญในการสร้างระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ ลดความเสี่ยงโรค NCDs สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเสริมสร้างสุขภาวะยั่งยืนให้คนไทยทุกเพศทุกวัย พร้อมเป็นโมเดลชุมชนต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างนโยบายสาธารณะด้านอาหารปลอดภัยในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน