ในปัจจุบันปัญหาการคุกคามทางเพศในสถานประกอบการยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนเผชิญแต่ไม่กล้าพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นการลวนลาม คำพูดสองแง่สองง่าม หรือการใช้อำนาจในเชิงกดดัน ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและบรรยากาศการทำงาน ทำให้พนักงานรู้สึกไม่ปลอดภัย ขาดแรงจูงใจ และกระทบต่อประสิทธิภาพองค์กร

เพื่อรับมือกับปัญหานี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวโครงการพัฒนาหลักสูตรและคู่มือแนวปฏิบัติ เพื่อป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงบนฐานเพศและการคุกคามทางเพศในสถานประกอบการเอกชน พร้อมพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ E-learning Application: MU-ZeroGBV in Workplace ช่วยให้สถานประกอบการเอกชนมีเครื่องมือและมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 68 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 2 สสส. ให้ข้อมูลว่า โครงการฯ ได้สำรวจพนักงานในสถานประกอบการทุกภาคทั่วประเทศ 67 แห่ง จำนวน 603 คน ในปี 2568 ครอบคลุม 5 ประเภทอุตสาหกรรมส่งออก ได้แก่ 1. ยานยนต์ 2. อาหารส่งออก 3. สิ่งทอ 4. อิเล็กโทรนิกส์, เครื่องใช้ไฟฟ้า และ 5. โรงแรม, ท่องเที่ยว โดยพบว่า พนักงานเคยถูกละเมิดหรือคุกคามทางเพศ 44.4% กลุ่มหลากหลายเพศเผชิญการคุกคามสูงสุด 60.2% ผู้หญิง 45.9% ผู้ชาย 33.9%

พฤติกรรมที่พบบ่อย คือ การล้อเลียนรูปร่างหน้าตา การแซวหรือหยอกล้อส่อทางเพศ การถูกลูบคลำแตะเนื้อต้องตัว ซึ่งแม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานจากการคุกคามทางเพศอยู่แล้ว แต่ยังพบว่าสถานประกอบการภาคเอกชนยังขาดแนวปฏิบัติและไม่มีวิธีการดำเนินงานที่เป็นระบบชัดเจน ส่งผลให้ถูกละเลยหรือไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ไม่ว่าจะเป็นสุขภาวะและขวัญกำลังใจของพนักงาน

สสส. มุ่งขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงบนฐานเพศ ผ่านการผลักดันกฎหมาย นโยบาย และพัฒนาหลักสูตรคู่มือการช่วยเหลือแบบสหวิชาชีพ เพื่อสร้างกลไกป้องกันและช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ นอกจากนี้ ยังร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ E-learning Application: MU-ZeroGBV in Workplace เครื่องมือที่จะช่วยให้สถานประกอบการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพศักดิ์ศรีบุคลากร ซึ่งหากเกิดเหตุขึ้นสถานประกอบการจะได้มีหลักสูตรให้ความรู้แก่ผู้บริหารและพนักงาน ตลอดจนมีนโยบาย กลไก รวมทั้งแนวปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปใช้รับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

รศ.ดร.สุชาดา ทวีสิทธิ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า โครงการฯ ได้พัฒนาหลักสูตรและคู่มือแนวปฏิบัติครอบคลุมเนื้อหาสาระสำคัญ 9 โมดูล ได้แก่

  1. ความรู้พื้นฐานด้านสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ GBV และการคุกคามทางเพศ
  2. ความจำเป็นและบทบาทของแอปพลิเคชันในฐานะเครื่องมือดิจิทัล
  3. สาเหตุและปัจจัยทางสังคมที่นำไปสู่ความรุนแรงบนฐานเพศ
  4. ความเข้าใจเรื่องการคุกคามทางเพศในที่ทำงานและผลกระทบ
  5. การสร้างวัฒนธรรมรับฟังความยินยอมในเรื่องเพศ
  6. การสร้างวัฒนธรรมการรับฟังความยินยอมอย่างแท้จริง
  7. การเรียนรู้จากสถานการณ์และวิธีรับมืออย่างเหมาะสม
  8. การประเมินความเสี่ยง ช่องทางร้องทุกข์ และแหล่งความช่วยเหลือ และ
  9. บทบาทของ HR ผู้จัดการ และผู้บริหารในการป้องกันและจัดการปัญหา

จุดเด่นของแอปพลิเคชันคือมีระบบสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น วิดีโอ อินโฟกราฟิก แบบฝึกหัด กรณีศึกษา แบบทดสอบท้ายบท พร้อมระบบประเมินผลอัตโนมัติ และออกใบวุฒิบัตรออนไลน์ให้ทันทีสำหรับผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถทำแบบประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคล แจ้งร้องทุกข์ผ่านช่องทางออนไลน์ และเข้าถึงข้อมูลหน่วยงานสนับสนุนภายนอกได้โดยตรง ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป้าหมายของโครงการมุ่งหวังให้สถานประกอบการภาคเอกชนอย่างน้อย 200 แห่ง นำระบบ E-learning ไปใช้จริง และต่อยอดสู่การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมภายในองค์กรต่อไป

การสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและเท่าเทียม ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบขององค์กร แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของสังคม เมื่อทุกคนรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย และได้รับความเคารพ จะนำมาสู่พลังสร้างสรรค์และความร่วมมือที่ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน