บ่ายวันเสาร์ต้นเดือนตุลาคม พื้นที่เล็กๆ กลางเมืองกรุง House Samyan ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ เมื่อ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “เสิร์ฟศิลป์” เนื่องในวาระครบรอบ 40 ปี ศิลปกรรม ปตท. หรือ PTT Art Awards เพื่อสานต่อแนวคิดการสร้างพลังบวกให้สังคม ผ่านการผสานศิลปะเข้ากับการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และคนทำงานได้หยุดพักจากความเร่งรีบของชีวิต มาสำรวจความรู้สึกภายใน ผ่านเรื่องราวของ 8 มุมมองชีวิตที่แตกต่างกัน ขึ้นเวทีนำเสนอศิลปะการใช้ชีวิตในแบบฉบับของตนเอง
มาราธอนชีวิต ศิลปะแห่งการลองผิดลองถูก
เริ่มจาก หมอตังค์ นพ.มรรคพร ขัติยะทองคำ เล่าถึงชีวิตที่ไม่ใช่การสปรินต์ แต่คือการวิ่งมาราธอนที่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก เขาเติบโตในครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น แม้ไม่ได้ร่ำรวย แต่เต็มไปด้วยอิสระและความสุข วัยเด็กชอบวาดรูป เล่นกีฬา ไม่ค่อยเข้าใจการเรียน และไม่เคยมีฝันอยากเป็นหมอ เปรียบชีวิตช่วงนั้นเหมือนออกสตาร์ทท้ายแถว แถมยังวิ่งกลับหลัง แต่ก็ไม่เคยหยุดวิ่ง

จุดเปลี่ยนเกิดเมื่อเจ็บป่วยหนักจนต้องผ่าตัด ทำให้เริ่มอยากเป็นหมอเพื่อช่วยคนอื่น เขาสอบติดหมอ แต่รู้ว่านั่นแค่กิโลเมตรแรกของมาราธอนชีวิต และ 6 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยคือการวิ่งขึ้นเนิน ฝ่าดินแดง ทดสอบจิตใจอย่างหนัก และเมื่อเส้นชัยไม่ใช่แค่การเป็นหมอ แต่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ จึงเริ่มทำช่อง YouTube ลองผิดลองถูกอีกครั้งในโลกที่ไม่คุ้นเคย
เหนื่อยจนต้องเปลี่ยนวิธีวิ่ง ใช้ทีมงานช่วย แล้วกลับมาเล่าเรื่องในแบบที่ถนัด เพราะสำหรับเขา มาราธอนชีวิตไม่ใช่การวิ่งเร็วหรือช้า แต่คือการไม่หยุดวิ่งต่างหาก
ความสุขไม่ใช่สิ่งซับซ้อน แต่คือทักษะที่ฝึกได้
หมอเอิ้น พญ.พิยะดา หาชัยภูมิ ชวนคนฟังกลับมาสังเกตใจ ยอมรับความรู้สึกโดยไม่ตัดสิน เพราะบางครั้งสิ่งที่เจ็บปวดไม่ใช่อารมณ์ แต่คือการไม่ยอมรับอารมณ์นั้น และมีลมหายใจเป็นเครื่องมือเรียบง่ายที่พากลับสู่ปัจจุบันและความสงบ เมื่อใจสงบ ความสุขก็จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นเอง โดยไม่ต้องร้องขอจากใคร

หมอเอิ้นยังเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเหมือนบทเพลง จากเพลงป๊อบสู่เพลงบรรเลง และในวันนี้ เธอเลือกให้ชีวิตเป็น “เพลงแห่งความเงียบ” ที่พาให้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง เพราะในความเงียบ ทำให้ได้ฟังเสียงของหัวใจ และเรียนรู้ที่จะรักตัวเองในทุกสภาวะ นี่คือศิลปะแห่งการดูแลใจ ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ เพียง “หายใจ” และอยู่กับตัวเองให้ได้ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริง
ศิลปะแห่งการตัดปะและเปลี่ยนแปลงชีวิต
ศิลปินคอลลาจคนดัง นักรบ มูลมานัส เติบโตมาในยุคที่คำว่า “ศิลปิน” ยังไม่ใช่ความฝันที่คนรอบตัวกล้าฝัน เขาเคยคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานสร้างสรรค์ เพราะวาดรูปไม่สวย ตัดเส้นไม่เป๊ะ แต่เมื่อได้สัมผัสโลกศิลปะร่วมสมัย ทำให้ค้นพบว่า “ศิลปิน” ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์

จากเด็กสายวิทย์ที่หัวไม่ไปทางวิทย์ สู่บัณฑิตอักษรฯ ผู้หลงใหลในวรรณคดีและภาพถ่ายเก่า เริ่มสะสมภาพจากอดีต แล้วนำมาตัดปะ สร้างเรื่องใหม่ในแบบของตัวเอง งานคอลลาจของเขาคือการเล่าเรื่องผ่านเศษเสี้ยวของความทรงจำและความเป็นไทยที่มีอารมณ์ขัน อิสระ และความสบายใจ
นักรบเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ทั้งในห้องเรียนศิลปกรรมและโลกกราฟิก จากงานอดิเรกสู่ผลงานที่มีลายเซ็นเฉพาะตัว เขาเดินทางสู่พื้นที่ใหม่ในฐานะศิลปิน และเชื่อว่าศิลปะคือพื้นที่ที่เปิดให้เปลี่ยนแปลงได้เสมอ โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร
ออกจากพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเติบโต
เบนซ์ ถาวร ภัสสรศิริกุล (Benz Gaijin Trips) เติบโตมาแบบไม่เพลย์เซฟตั้งแต่เด็ก ดื้อ ซน และกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เลือกลาออกจากโรงเรียนกลางเทอม ม.4 อ้างช่วยแม่ค้าขาย แล้วกลับมาเรียน กศน. ใช้เงินจากการทำงานเรียนวาดภาพ สอบเข้าคณะศิลปกรรมฯ และเริ่มทำหนังสั้นที่รัก แม้เรียนจบก็ยังต้องค้าขาย จนพี่ชายช่วยผลักดันให้ได้ทำงานศิลปะตามใจ

เขาเริ่มจากงานถ่ายภาพ สู่โปรดักชั่นเฮาส์ และเปิดช่อง YouTube “Gaijin Trips” การเดินทางคนเดียวและความไม่เพลย์เซฟทำให้เจออุบัติเหตุรุนแรงบนภูเขา แต่ก็รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และเมื่อมีความเชื่อว่า worst case ของชีวิตคือ “ตาย” ดังนั้นทุกก้าวจึงต้องทำให้สุด เบนซ์ไม่รอความพร้อม เพราะความพร้อมอาจไม่มีอยู่จริง และเปรียบชีวิตเหมือนเกมที่ต้องกล้ายอมรับว่า “จบแล้ว” เพื่อเริ่มเกมใหม่ การนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง ยังเป็นศิลปะแห่งความกล้าที่ทำให้เริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ความสงบเรียบง่ายที่หลายคนอาจหลงลืม
คริสติน่า แซ่แต้ หรือที่ส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ นินิว เพชรด่านแก้ว จากเด็กที่ไม่เข้าใจศิลปะ สู่การค้นพบปรัชญาชีวิตผ่านบ้านดำของ อ.ถวัลย์ ดัชนี เธอเริ่มเรียนรู้เรื่องความตาย ความสุข และการอยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริง เมื่อเครียดก็เลือกไปป่า นั่งเงียบๆ เพื่อฟังเสียงของตัวเอง

นินิวเชื่อว่าความสุขเริ่มจากการรักตัวเอง และให้ความสุขกับตัวเองก่อน เพราะถ้ามีความสุข จะมอบสิ่งดีๆ ให้คนอื่นได้อย่างจริงใจ เธอไม่เคยตอบคำถามเรื่องอนาคต เพราะโฟกัสแค่ “ตอนนี้” เธอร้องไห้เมื่อได้ยินคำถามจากเยาวชนว่า “จะทำยังไงให้คนอื่นเห็นคุณค่าเรา” เพราะคำตอบนั้นเริ่มจากการเห็นคุณค่าในตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และสำหรับเธอ ความสุขคือการได้ดูท้องฟ้า กินข้าวผัดกะเพรา และหายใจอยู่ตรงนี้อย่างเต็มที่
ถ่ายทอดมุมมองชีวิตผ่านงานศิลป์
อีก 3 มุมมองจากศิลปิน 3 เจน ในหัวข้อ “ศิลปะและการเติบโต” ศ.ทินกร กาษรสุวรรณ เชื่อว่าศิลปินต้อง “ดู เดินทาง ทดลอง” เพื่อสร้างความคิดใหม่ าศิลปะไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมด แค่ทำให้ผู้ชม “หยุดมอง” ก็เพียงพอ เทิดธันวา คะนะมะ เริ่มสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตั้งแต่ 10 ขวบ มองศิลปะเหมือนชีวิตที่ต้องด้นสด เขาเชื่อว่ารากฐานการเรียนรู้และการเปิดโลกคือหัวใจของการเติบโต

และ ลดากร พวงบุบผา จากครูสอนศิลปะสู่ศิลปินเต็มตัว เลือกสร้างงานที่สะท้อนชีวิตเรียบง่าย ด้วยการหยิบแรงบันดาลใจจากสิ่งเล็กๆ รอบตัวและความผูกพันกับครอบครัวและแมว งานของเธอเปลี่ยนไปตามวัย จากสัญลักษณ์ซับซ้อนสู่ความละเมียดในรายละเอียด
สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 3 คือ การสะท้อนว่าศิลปะไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็นวิถีชีวิตที่หล่อหลอมตัวตน และการเติบโตผ่านศิลปะ คือการเรียนรู้ที่จะมองโลกอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน
ศิลปะที่สัมผัสได้
บริเวณด้านงานยังมี Art Gallery ให้ผู้ร่วมงานได้เดินชมผลงานอย่างใกล้ชิด พร้อมมุมถ่ายภาพสุดเก๋ “Artist is Me” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นศิลปินในแบบของตัวเอง รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลต์คือเวิร์กชอป “วาดภาพในตลับความทรงจำ” ที่ผู้เข้าร่วมได้สร้างผลงานเล็กๆ กลับไปเป็นที่ระลึก เป็นการเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับความทรงจำส่วนตัวอย่างน่าประทับใจ

งาน “เสิร์ฟศิลป์” จึงไม่ได้เป็นแค่กิจกรรม แต่เป็นความตั้งใจของ “ปตท.” ที่อยากชวนทุกคนกลับมาทบทวนชีวิต ผ่านศิลปะที่ไม่ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้ เพียงแค่รู้สึกได้ ให้เป็นพื้นที่ที่เปิดให้ความคิด ความสงบ และแรงบันดาลใจได้เดินทางร่วมกันอย่างอิสระ