พันธุ์แท้พระเครื่อง : พระกรุวัดสะแก จ.นครราชสีมา

พระกรุวัดสะแก

พันธุ์แท้พระเครื่อง : พระกรุวัดสะแก จ.นครราชสีมา

โดย ราม วัชรประดิษฐ์ www.arjanram.com

พระกรุวัดสะแก เป็นที่ปรากฏและยอมรับทางด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรีเป็นเยี่ยม ไม่แพ้พระสมัยลพบุรีเลยทีเดียว ประตูสู่ภาคอีสาน หรือปราการด่านแรกที่จะเข้าสู่ดินแดนที่ราบสูง ซึ่งก็คือ จังหวัดนครราชสีมา

พระกรุวัดสะแก

ดินแดนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยขอม มีเมืองเก่า 2 เมือง คือ เมืองเสมาและเมืองโคราฆะปุระ (ปัจจุบันอยู่ในเขต อ.สูงเนิน ริม 2 ฟากฝั่งแม่น้ำลำตะคอง)

จากการสำรวจของนักโบราณคดีพบว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยทวารวดี แต่ต่อมากลายเป็นเมืองร้างไป สันนิษฐานกันว่า ชื่อเมืองโคราชหรือนครราชสีมาน่าจะเป็นการรวมชื่อ เมืองเก่าแก่ทั้งสองเมืองนี้มาตั้งเป็นชื่อ เมืองใหม่

เมืองนครราชสีมา มีชื่อปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมาขึ้นมาใหม่ให้เป็นเมืองหน้าด่านที่มั่นคง และได้กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในภาคอีสาน

พระกรุวัดสะแก

สำหรับด้านศิลปวัตถุของเมืองนครราชสีมานั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพระสมัยขอม จะมีสมัยทวารวดีบ้างเล็กน้อย และน้อยมาก ที่จะมีการขุดพบพระเครื่องที่เป็นพระกรุ แต่ที่ถือว่าสำคัญและมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องคือพระกรุวัดสะแก

วัดสะแกตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ติดกับตลาดสดเทศบาล สันนิษฐานว่ามีความเก่าแก่ในราวปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ..2519 พระเจดีย์องค์ใหญ่ในวัดเกิดชำรุดแตกหัก ปรากฏพระเครื่องในองค์พระเจดีย์ทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก มีมากมายหลายพิมพ์ทรง ทั้งพระพิมพ์นาคปรก พระพิมพ์อู่ทอง พระพิมพ์วัดตะไกร พิมพ์ฤๅษี ฯลฯ โดยส่วนใหญ่เป็นพระที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และพระแทบทุกองค์จะมีการปิดทอง

พระกรุวัดสะแก

พระกรุวัดสะแกพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือพระพิมพ์นาคปรกเป็นพระในสมัยอยุธยาที่สร้างล้อพิมพ์สมัยลพบุรี แบ่งได้เป็นหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์ฐานห้าชั้น ฐานสามชั้น ฐานชั้นเดียว ฯลฯ เนื้อขององค์พระเป็นเนื้อชินเงิน และเนื้อตะกั่วสนิมแดง พระพิมพ์นาคปรกที่เป็นเนื้อตะกั่วสนิมแดง เนื้อจะแดงเข้มทุกองค์ จะปิดทองมาจากในกรุทั้งสิ้น และมีจำนวนมากที่สุดด้วย

ในส่วนของพุทธคุณนั้น พระกรุวัดสะแกเป็นที่ปรากฏและยอมรับทางด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรีเป็นเยี่ยม ไม่แพ้พระสมัยลพบุรีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสุดยอดแน่นอนครับผม

บทความก่อนหน้านี้ข่าวสดทีวีไกด์ : ตราบาปสีชมพู พีท พา กิ๋ว กลับไปที่บ้านเก่าของพรรณี และไล่กิ๋วกลับบ้าน
บทความถัดไปรอบด้านวงการพระ : เหรียญพระปิดตาพังพกาฬ