หมอย้ำ บุหรี่ไฟฟ้า แพร่ระบาดรวดเร็ว อันตรายรายแรง ผสม “เอโทมีเดท” กลายเป็น “บุหรี่ซอมบี้” เพิ่มความเสี่ยงถึงตาย กระทบสมอง-หัวใจ แนะผู้ปกครองเฝ้าระวังเด็ก

1 พ.ย. 68 – สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ ห่วงใยเยาวชนหลังพบกระแสบุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งราคาถูกและหาซื้อง่าย ย้ำบุหรี่ไฟฟ้าไม่ช่วยให้เลิกสูบบุหรี่มวนได้ แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีการผสมสารอันตรายอย่างเอโทมีเดท (Etomidate) ยานำสลบที่ใช้ในทางการแพทย์

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เนื่องจากมีการจำหน่ายอย่างกว้างขวางผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและแอพพลิเคชันต่างๆ ในราคาที่ถูกลงและหาซื้อได้ง่าย ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้เพียงปลายนิ้ว รวมถึงมีรูปลักษณ์เป็นตัวการ์ตูน สีสันสดใส ดึงดูดใจ มีกลิ่นและรสชาติหลากหลาย เช่น ผลไม้ ลูกอม หรือขนมหวาน

บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ ถึงแม้จะไม่มีควันจากการเผาไหม้เหมือนบุหรี่มวน แต่ไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าเต็มไปด้วยสารเคมีอันตรายหลายชนิด โดยเฉพาะ นิโคติน (Nicotine) ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดภาวะสมองติดยาเช่นเดียวกับผู้เสพเฮโรอีนหรือยาบ้า

นพ.สกานต์ กล่าวเพิ่มว่า อีกทั้งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยังมักมีสารแต่งกลิ่นและรสที่ช่วยกระตุ้นความพึงพอใจ ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเสพติดมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการผสมสารเอโทมีเดท (Etomidate) ยานำสลบที่ใช้ในทางการแพทย์ หรือที่รู้จักในชื่อ “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งการผสมสารดังกล่าว ทำให้ผู้สูบเกิดอาการหลอน มึนงง สับสน ไม่รู้สึกตัวและมีอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เพียงทำลายปอดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด สมอง หัวใจ และระบบทางเดินหายใจ ทำให้เสี่ยงต่อโรคหอบหืด ภูมิแพ้ และโรคถุงลมโป่งพองได้ในระยะยาว ขอย้ำเตือนเยาวชนและประชาชนทั่วไป อย่าหลงเชื่อคำชวนจากเพื่อนหรือสื่อออนไลน์ที่อ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัย เพราะการลองเพียงครั้งเดียวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติด

นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า สารเอโทมีเดท หรือ ยานำสลบที่ใช้ในทางการแพทย์ เดิมเป็นยาควบคุมพิเศษ ในปัจจุบันถูกยกระดับการควบคุมให้เป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งมีการควบคุมที่เข้มงวดในการสั่งจ่ายและมีโทษทางกฎหมายที่มากขึ้น

หากนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์จะมีฤทธิ์เหมือนยาเสพติด เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะกดการทำงานของระบบประสาทอย่างรุนแรง ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ สับสน หมดสติ หรือหยุดหายใจได้ หากได้รับในปริมาณมากอาจถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งยังรบกวนการทำงานของฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้ต่อมหมวกไตผิดปกติ ส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อและภูมิคุ้มกันในระยะยาว

“ฝากถึงผู้ปกครองและครูให้เพิ่มการเฝ้าระวังบุตรหลานอย่างใกล้ชิด สังเกตพฤติกรรมที่อาจบ่งชี้ถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เช่น ใช้เงินมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ง่วงซึม ซึมเศร้า หรือหงุดหงิดง่าย มีกลิ่นแปลก ๆ ติดตัว เก็บตัว ไม่เข้าสังคม หรือมีการเปลี่ยนกลุ่มเพื่อน พกของคล้ายปากกา แฟลชไดรฟ์ หรือของเล่นคล้ายตัวการ์ตูนยอดนิยม” นพ.สรายุทธ์ กล่าว

นพ.สรายุทธ์ ย้ำว่า หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบพูดคุยด้วยความเข้าใจและเปิดใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าสู่วงจรการเสพติด บุหรี่ไฟฟ้าไม่ช่วยให้เลิกสูบบุหรี่มวนได้ แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีการผสมสารอันตรายอย่าง เอโทมีเดท (Etomidate)

“ทั้งนี้ หากประสบปัญหาเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th หรือสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานีและโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือ ศูนย์บริการช่วยเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ 1600” นพ.สรายุทธ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน