จากกรณีชาวบ้านพบศพนายดาบชัย กัลยาฤทธิ์ วัย 37 ปี ถูกฝังในบ่อน้ำเก่าหลังในสวนยางพารา หลังบ้านเลขที่ 117/12 บ.นาเดื่อ ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังหายตัวไปเมื่อกลางดึกของวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม สืบสวนสอบสวนจนทราบแน่ชัดว่านายเผด็จ กัลยาฤทธิ์ อายุ 38 ปี พี่ชายแท้ๆเป็นคนลงมือฆ่า แล้วนำศพมาฝังดินอำพราง ก่อนหลบหนีไปอยู่ต่างจังหวัด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม พร้อมนำกำลังชุดสืบสวนแกะรอยไล่ล่าตัว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : พี่สุดโหดฆ่าน้องชายฝังดิน ญาติตามหาทั่ว 4 วันพบเป็นศพ ตร.ออกหมายจับล่าตัว

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เม.ย. พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.นครพนม เดินทางไปรับตัวนายเผด็จ ผู้ต้องหาที่ลงมือฆ่านายดาบชัยจนเสียชีวิต หลังจากเจ้าหน้าที่ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้จับกุมตัวไว้ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนม ในคดีฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางคาดว่าจะมาถึง สภ.ศรีสงคราม ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อจะได้สอบสวนสาเหตุที่ลงมือฆ่าน้องชาย ก่อนนำศพไปอำพรางฝังบ่อดินแล้วหลบหนีไปให้แน่ชัดอย่างละเอียดอีกครั้ง

“จากการพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายเผด็จ เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุนายดาบชัย ผู้เป็นน้องชาย ได้ดื่มสุรามึนเมากันสองต่อสอง เนื่องจากพ่อและแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ก่อนมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ด้วยความโมโหและสุดทน เพราะน้องชายทำลายข้าวของในบ้าน ตนห้ามปราบก็ไม่ฟัง อีกทั้งไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งชอบดื่มสุราเป็นอาจิณ นายเผด็จจึงใช้ท่อนเหล็กทุบกระหน่ำตีน้องชายที่ศีรษะและใบหน้า 3-4 ครั้ง จนถึงแก่ความตายดังกล่าว” ผกก.สภ.ศรีสงคราม ระบุ

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า นายเผด็จผู้ต้องหาตามหมายจับ สารภาพด้วยว่า หลังก่อเหตุจึงเกรงกลัวความผิด เป็นช่วงที่นายเผด็จได้ว่าจ้างรถไถนามาปรับที่นา จึงนำศพน้องชายไปฝังดินบ่อน้ำเก่าข้างห้องน้ำหลังบ้าน ก่อนจะนั่งรถโดยสารหลบหนีไปกลบดานอยู่กับญาติที่มาบตาพุด จ.ระยอง ส่วนมูลเหตุจูงใจในการฆ่าน้องชายครั้งนี้ อาจจะมาจากที่น้องชายไม่ยินยอมขายที่ดินหรือไม่นั้น ต้องรอให้ผู้ต้องหาเดินทางมาถึงที่ สภ.ศรีสงคราม เสียก่อน หลังสอบปากคำเสร็จอย่างละเอียด จึงจะได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 25 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน