กรมทรัพยากรธรณี เตือน มรสุมถล่ม 12 จังหวัดภาคใต้ เกิดฝนตกหนัก ระวังอันตราย แผ่นดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก แจ้ง จนท. เตรียมรับมือสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย
18 พ.ย. 68 – ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเหตุดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
เนื่องจากในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับ มีพื้นที่คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินถล่มล่วงหน้า ใน 12 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
โดยข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19-20 พ.ย. 68 อุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรงโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส
ส่วนภาคเหนือภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ (18 พ.ย. 68) ในขณะที่ยังคงมีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน
สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามันตอนบนเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
โดยขอให้อาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยที่อาจจะขึ้นได้ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง หากมีสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยเกิดขึ้นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงทีเพื่อสร้างความมั่นใจและให้คำแนะนำเบื้องต้นกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย