เสียงลั่นสนั่น ชุมชนตลาด 100 ปี ดินทรุดตัว บ้านพังถล่มจมแม่น้ำน่าน 9 หลัง ผวาถล่มซ้ำ เสียงยังดังต่อเนื่อง ประกาศกั้นพื้นที่เป็นเขตอันตราย อพยพชาวบ้านหนี

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย.2568 นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย น.ส.ชาครียา เศรษฐเสรี ปภ.จังหวัดอุตรดิตถ์, นายชลิต ธนวัฒน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์, นายนิตย์นิชัย บุญสุวรรณ นายอำเภอพิชัย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุตลิ่งริมแม่น้ำน่านทรุดตัวในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี ต.ท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งทำให้บ้านเรือนประชาชนพังถล่มลงในแม่น้ำน่านเสียหายทั้งหลัง และส่วนหลังบ้านพังเสียหายรวม 9 หลังคา

เสียงลั่นสนั่น ชุมชนตลาด 100 ปี ดินทรุดตัว บ้านพังถล่มจมแม่น้ำน่าน 9 หลัง ผวาถล่มซ้ำ เสียงยังดังต่อเนื่อง

เสียงลั่นสนั่น ชุมชนตลาด 100 ปี ดินทรุดตัว บ้านพังถล่มจมแม่น้ำน่าน 9 หลัง ผวาถล่มซ้ำ เสียงยังดังต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 40 ครัวเรือนออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมติดป้ายประกาศพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยเบื้องต้นพบความเสียหายต่อทรัพย์สินหลายรายการ แต่ยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเทปกั้นเขตสีขาว-แดงและป้ายเตือน “ห้ามเข้า เขตพื้นที่อันตราย” พร้อมเร่งช่วยอพยพประชาชนและขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านเรือนที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากกระแสน้ำยังคงกัดเซาะตลิ่งอย่างต่อเนื่อง และมีเสียงลั่นจากโครงสร้างบ้านเป็นระยะ

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นห้องแถวไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากอิทธิพลพายุบัวลอย ที่ทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงและเกิดการกัดเซาะรุนแรงกว่าปกติ พร้อมกันนี้หลายหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการในพื้นที่

อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) อุตรดิตถ์ ทีมช่างจาก อบจ.อุตรดิตถ์ หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสำรวจความเสียหายและเร่งประสานความช่วยเหลือ

นายสันติ กล่าวว่า จากการสำรวจพบบ้านเรือนเสียหายทั้งหมด 9 หลัง แบ่งเป็นเสียหายหนัก 6 หลัง และเสียหายราว 70% อีก 3 หลัง จังหวัดได้ร่วมกับอำเภอพิชัย และท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และโรงครัวกลาง ณ ศาลเจ้าเทียนโหว แม้ประชาชนหลายส่วนจะย้ายไปพักกับญาติหรือบ้านหลังที่สองแล้วก็ตาม

ในส่วนของการฟื้นฟูระยะยาว กรมโยธาธิการและผังเมือง เตรียมก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งพังระยะทางประมาณ 1,200 เมตร โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต

ขณะเดียวกันเทศบาลได้ประกาศกั้นพื้นที่เสี่ยงเป็นเขตอันตราย และขอความร่วมมือให้ประชาชนในบ้านที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอพยพออกชั่วคราว โดยสามารถเลือกเข้าพักในศูนย์พักพิงหรือย้ายไปอยู่กับญาติได้ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ นายสันติ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เทศบาลตำบลท่าสัก จัดเวรยามเพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์ในที่เกิดเหตุอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะยังมีเสียงลั่นของบ้านเรือนในที่เกิดเหตุ เพราะไม่แน่ใจว่า จะเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีกหรือไม่ นอกจากนี้ไม่อนุญาตให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเข้าไปพักอาศัยบ้านเรือนของตัวเองโดยเด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน