สปสช. แจงแนวทาง ดูแล ผู้ป่วย “บัตรทอง” พื้นที่น้ำท่วม ภาคกลาง-ภาคใต้ ยัน รพ.-ผู้ป่วย ใช้สิทธิรักษาได้ต่อเนื่อง เตรียมหลักเกณฑ์รองรับ ดูแลประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย
25 พ.ย. 68 – จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั้ง ภาคกลาง ภาคใต้ และที่ จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายอำเภอ ถนนหลายจุดถูกตัดขาด ชุมชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเดินทางไปใช้บริการที่โรงพยาบาล หรือหน่วยบริการประจำตามสิทธิได้ตามปกติ
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า สปสช. ได้เตรียมหลักเกณฑ์รองรับการดูแลประชาชนและโรงพยาบาลในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น ความไม่สงบหรืออุทกภัย นำมาใช้กับสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.สงขลา และในพื้นที่อื่นๆ ที่ประสบภัยในครั้งนี้
เพื่อให้ประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วมสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นได้ต่อเนื่อง และสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ และให้โรงพยาบาลมีแนวทางปฏิบัติและการเบิกจ่ายที่ชัดเจน โดยกำหนด 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การคุ้มครองสิทธิและการเบิกจ่าย การเข้าถึงบริการ การประสานงาน และการสนับสนุนฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนสิทธิบัตรทองเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ต่อเนื่อง
“เป้าหมายคือ ให้ผู้มีสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วม ยังเข้ารับบริการได้ตามความจำเป็น และโรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ภายใต้แนวทางที่ สปสช.กำหนด” ทพ.อรรถพร กล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า หากประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วม ไม่สามารถใช้บริการที่โรงพยาบาลประจำตามสิทธิได้ เนื่องจากน้ำท่วม หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด เดินทางลำบาก ให้ถือเป็นกรณีจำเป็น ประชาชน สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอื่นๆ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่อยู่ใกล้และปลอดภัยกว่าได้ ทั้งใน จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง
ถ้าโรงพยาบาล หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ตามสิทธิใช้การไม่ได้ หรือไปไม่ถึง ประชาชนสามารถไปใช้บริการที่โรงพยาบาล หรือหน่วยบริการอื่น ที่อยู่ในระบบบัตรทองที่ใกล้กว่าได้ โดยถือว่า อยู่ในเกณฑ์กรณีจำเป็น ไม่ต้องกังวลเรื่องไม่ตรงสิทธิ
โฆษก สปสช. กล่าวว่า นอกจากนั้น ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังสามารถไปใช้บริการ 30 บาทรักษาทุกที่ ได้ที่ร้านยาคุณภาพ ปรึกษาเภสัชกรและรับยาตามอาการได้ โดยดูจากหน้าร้านยา จะมีสติกเกอร์ 30 บาทรักษาทุกที่ติดที่หน้าร้าน
หรือประชาชนท่านใดสะดวกในการใช้โทรศัพท์เพื่อพบหมอออนไลน์ ก็ใช้บริการได้กับ 3 แอพพลิเคชัน เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยได้เข้ารักษานอกเหนือจากไปที่หน่วยบริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
“สปสช. กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่ายบริการสาธารณสุขให้หน่วยบริการที่รับดูแลผู้ป่วยจากพื้นที่น้ำท่วมหรือสถานการณ์ไม่ปกติไว้อย่างชัดเจน โดยให้หน่วยบริการบันทึกข้อมูลการให้บริการและเหตุจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องมารับบริการที่หน่วยตนแทนหน่วยประจำ ยื่นขอรับค่าใช้จ่ายจาก สปสช. ตามวิธีการและรหัสที่กำหนดในแนวทางกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินและอุทกภัย
โดยในสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ สปสช. ได้ยกเว้นการปิดสิทธิหรือการยืนยันตัวตนภายหลังจากที่ได้รับบริการแล้วให้กับหน่วยบริการในพื้นที่ประสบภัยด้วย ขณะเดียวกันหากหน่วยบริการต้องรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากพื้นที่อื่น สามารถประสาน สปสช. เพื่อหารือการสนับสนุนเพิ่มเติมในภาพรวม
ทั้งนี้เพื่อให้โรงพยาบาลในพื้นที่วิกฤต สามารถรับผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจว่า มีระบบการเบิกจ่ายรองรับ ทั้งกรณีรักษาผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน รวมถึงบริการเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยไตที่ต้องฟอกไตหรือล้างไต เป็นต้น” ทพ.อรรถพร กล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับบริการต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือทำการล้างไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาอย่างสม่ำเสมอ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องรับยา เคมีบำบัด หรือฉายแสง ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง สปสช. เขต ในพื้นที่จะร่วมกับโรงพยาบาลวางแผนสำรองบริการ เช่น เปลี่ยนสถานที่ฟอกไตชั่วคราว จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยจากจุดอพยพ หรือเพิ่มรอบฟอกไต/การให้ยา เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ขาดการรักษา
“ขอให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้และครอบครัว หากเดินทางมารับบริการที่เดิมไม่ได้ ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ หรือโทรสายด่วน 1330 เพื่อให้ช่วยประสานงานต่อ” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว จะต้องมีการฟื้นฟูด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
อบต./เทศบาลในพื้นที่สามารถใช้กลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น หรือ กปท. ในการจัดทำโครงการหรือกิจกรรมตอบสนองสถานการณ์ภัยพิบัติได้คล่องตัวมากขึ้น เช่น โครงการรับ–ส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล โครงการฟื้นฟูอนามัยสิ่งแวดล้อมทำความสะอาดและฟื้นฟูสถานที่สาธารณะ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ศาสนสถาน โครงการให้ความรู้ประชาชนเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วม และรณรงค์ป้องกันโรคหลังน้ำท่วม เช่น โรคผิวหนัง โรคทางเดินอาหาร ไข้เลือดออก และโรคฉี่หนู เป็นต้น
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า หากประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วมมีข้อสงสัยเรื่องสิทธิการรักษา หรือพบปัญหาในการเข้ารับบริการ เช่น หน่วยบริการปฏิเสธการรักษาเพราะไม่ตรงสิทธิ ถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินสิทธิ หรือไม่ทราบว่าจะไปรักษาที่ใดในช่วงน้ำท่วม
รวมถึงต้องการขอความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ทั้งด้านอาหาร การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การอพยพต่างๆ แจ้งได้ทุกเรื่องที่เดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อ สายด่วน สปสช.1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สปสช.จะประสานหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือต่อไป สำหรับหน่วยบริการที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์น้ำท่วม การบันทึกข้อมูล หรือการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย สามารถประสานกับ สปสช. ได้โดยตรงผ่านสายด่วน 1330 กด 5