บุรีรัมย์ กรี๊ด! ขนหัวลุก สองพี่น้อง รับงานพรีเวดดิ้ง ตกแต่งดอกไม้ หน้าเมรุเผาศพ ทำงานแรก เจอเรื่องสุดหลอน ได้ยินเสียงหัวเราะชัด 2 ครั้ง จากเตาเผา เผ่นกลับทันที เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้
25 พ.ย. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ดาด้า เลิกกันแต่ไม่มีวันเลิกเจ็บ” ได้โพสต์ภาพเมรุเผาศพ พร้อมข้อความสุดหลอนว่า
“มาฟังเรื่องหลอนๆที่เมรุวัดป่ากัน เรื่องมีอยู่ว่า…วันนี้ทางเจ้าภาพงานศพของคนน้า …. ได้ว่าจ้างให้ทางเราจัดดอกไม้ผูกผ้าประดับหน้าเมรุ เราก็พากันทํางานอย่างดี เพื่อที่จะไห้งานออกมาดีที่สุด ทําตั้งแต่บ่ายแดดก็ร้อนมาก เรา 2 คนก็เร่งมือ เพราะกลัวจะค่ำซะก่อน และแล้วก็ค่ำจนได้
6 โมงกว่าๆ ตะวันเริ่มโพล้เพล้ เราเร่งรีบเพื่อที่พรุ่งนี้มาทําต่อ จะได้เบาแรงหน่อย #และเสียงครั้งที่ 1 ก็ดังขึ้น เสียงคนหัวเราะดังมาจากข้างในที่เผาศพ ในใจได้ยินแล้วแต่เฉยไว้ #และแล้วครั้งที่ 2 เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก ชัดกว่าเดิม เสียงคนหัวเราะ
เท่านั้นแหละ เราก็กรี๊ดวิ่ง น้องวัน ก็กรี๊ดตาม วิ่งลงเกือบตกบรรไดเมรุ เก็บของไม่รีรอ วิ่งขึ้นรถน้องวัน สตาร์ทรถ เผ่นเลยจร้า ขนหัวลุกไม่หาย ขวัญเอ๊ย ขวัญมา #จบแล้วเรืองหลอน เรา 2 คน” ซึ่งมีคนเข้าไปแสดงความเห็นหลากหลาย
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังเมรุเผาศพ วัดป่าละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ตามที่มีการโพสต์เรื่องราวสุดหลอนดังกล่าว พบว่า มีการฌาปนกิจศพเรียบร้อยแล้ว มีเพียงร่องรอยดอกไม้ และธูปที่ผ่านการจุดแล้ว แต่ไม่มีใครอยู่ บรรยากาศเงียบวังเวง
หลังจากนั้น จึงได้เดินทางไปหา นางสาวพนิดา กว่างสนิท หรือ จอย อายุ 45 ปี และ นางสาวประวันเลนไทย์ เชยรัมย์ หรือ วัน อายุ 40 ปี สองพี่น้อง ที่โพสต์เรื่องราวโดนผีหลอก
โดย น.ส.พนิดา ผู้เป็นพี่สาว เล่าให้ฟังว่า วันที่ 22 พ.ย. 68 ช่วง 14.00 น. ตนกับน้องสาวไปจัดดอกไม้ละผูกผ้าประดับเมรุ เพื่อเตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ของญาติเจ้าภาพท่านหนึ่ง ที่ว่าจ้างให้จัดให้ ซึ่งถือเป็นงานแรก ที่ตนเองและน้องสาวรับจัดดอกไม้และประดับผ้างานศพ เพราะที่ผ่านมา จะรับจัดเฉพาะงานแต่ง แต่ระยะหลังงานแต่งน้อยลง จึงลองหันมารับจัดงานศพดู
เริ่มจัดตกต่างตั้งแต่บ่ายสอง กะว่า จะทำให้เสร็จก่อนค่ำ กระทั่งถึงช่วง 6 โมงเย็น เป็นเวลาโพล้เพล้ ก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงนกร้อง จากนั้นก็มีเสียงคนหัวเราะดังออกมาจากเตาเผาศพ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือทำนิ่งไว้ก่อน
แต่พอรอบสอง มีเสียงหัวเราะดังขึ้นออกมาจากเตาเผาศพอีก ตนก็กรีดร้องขึ้นมา แล้ววิ่งลงจากเมรุทันที ส่วนน้องสาวก็กรีดและวิ่งตามออกมาด้วย แล้วพากันรีบขึ้นรถ แต่ดันลืมกุญแจไว้อีก ก็ใจแข็งกลับไปเอา แล้วรีบขับรถกลับบ้าน พอกลับถึงบ้านก็ยังขนลุกอยู่เลย เพราะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ขณะที่เล่าให้นักข่าวฟัง ก็ยังขนลุกตลอด แม้จะพอสูจน์ไม่ได้ว่า เสียงที่ได้ยินเป็นผีหรือไม่ แต่ก็มั่นใจว่าไม่ได้เสียงคนแน่นอน เพราะตอนนั้นมีกันแค่ 3 คน แต่เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงหัวเราะของชายสูงอายุ ซึ่งก่อนจะลงมือทำงานก็ได้ยกมือไว้บอกกล่าวแล้ว เพราะส่วนตัวก็เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งลี้ลับ
หลังจากนี้ก็จะไปทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณดังกล่าวตามความเชื่อ ยอมรับว่ากลัวแต่ก็ยังคงรับงานเหมือนเดิม เพราะเป็นอาชีพ แต่อาจจะเร่งทำตอนกลางวันไม่ให้ถึงเย็นเหมือนครั้งนี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายอนันต์ สืบวงษ์ หรือ อาจารย์แจ๊คพันศพ สัปเหร่อชื่อดังใน จ.บุรีรัมย์ ก็บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ก็มีคนมาเล่าให้ฟัง ส่วนตัวเชื่อว่า เสียงที่สองพี่น้องได้ยินนั้นเป็นเสียงดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้วจริงๆ เขาอาจจะแค่มาหยอก หรือแกล้งเล่นเท่านั้น เพราะคงเห็นเป็นมือใหม่ ที่ไปรับงานประดับเมรุเผาศพครั้งแรก อาจจะมาลองใจว่า เราจะสามารถทำงานนี้ได้ผ่านหรือไม่
แต่เพื่อความสบายใจ ก็อยากให้สองพี่น้องไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณเขา เพราะอาจจะกระทำบางอย่างที่อาจจะลบหลู่โดยไม่ได้เจตนา หรือไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ส่วนเรื่องผีสาง หรือสิ่งลี้ลับต่างๆ ก็เป็นเรื่องของความเชื่อแต่ละบุคคล ก็ต้องใช้วิจารณญาณ