“รมว.ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมกระทรวงแรงงาน มอนิเตอร์ วิกฤตอุทกภัย พื้นที่ภาคใต้ เร่งออกมาตรการด่วน ช่วย ลูกจ้าง-ผู้ประกอบการ ประสบภัยน้ำท่วม
27 พ.ย. 68 – ที่กระทรวงแรงงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมวอร์รูมมาตรการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
โดยมี น.ส.บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนและครอบคลุมทุกมิติ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา
น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ส่งผลกระทบทั้งต่อประชาชน ครัวเรือน สถานประกอบการ และแรงงานจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องตั้ง “War room กระทรวงแรงงาน” เพื่อเป็นศูนย์สั่งการกลางในการรวบรวมข้อมูล ประเมินความเสียหาย และประสานงานการช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด
โดยย้ำให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ทันที ไม่รอให้มีคำสั่งซ้ำซ้อน เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที โดยมาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงแรงงานสั่งเดินหน้า ประกอบด้วย การช่วยเหลือแรงงาน ลูกจ้าง และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ การให้จัดตั้งจุดบริการแรงงานเคลื่อนที่ ในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อรับเรื่องร้องเรียน การให้คำปรึกษาด้านสิทธิแรงงาน และช่วยประสานงานเรื่องการจ้างงานในกรณีสถานประกอบการได้รับความเสียหาย
น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า การสำรวจแรงงานที่ตกงานหรือไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว มอบหมายกรมการจัดหางานจัดทีมลงพื้นที่สำรวจข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อเตรียมหางานทดแทนและสนับสนุนการฟื้นตัวหลังน้ำลด รวมถึงมาตรการ รองรับผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบ
และประสานสำนักงานประกันสังคมเร่งพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ เช่น การผ่อนผัน การอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร การตรวจสภาพนายจ้าง–ลูกจ้างในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทันที สนับสนุนอุปกรณ์และกำลังคนด้านความปลอดภัยในการทำงาน
ตลอดจนให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบความเสี่ยงในโรงงาน หรือสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วม พร้อมให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมถึงการเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งด้านอาชีพ การฝึกทักษะใหม่ และการสนับสนุนแรงงาน ที่ต้องเริ่มประกอบอาชีพใหม่ ผ่านศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่
“ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ สิ่งสำคัญคือการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานที่เป็นกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานทุกระดับประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือไม่ซ้ำซ้อน และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยืนยันว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ทอดทิ้งแรงงานไทย และจะทำให้ประชาชนทุกคนกลับมามีงานทำโดยเร็วที่สุดหลังสถานการณ์คลี่คลาย” น.ส.ตรีนุช กล่าว