สปสช. จับมือ ปณท.ดิสทริบิวชั่น จัดรถฟรี! รับ–ส่ง ผู้ป่วย-ประชาชน ไปรพ. ช่วงน้ำท่วมภาคใต้ จนกว่าอุทกภัยคลี่คลาย หวังการรักษาไม่สะดุด ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโดยตรง
28 พ.ย. 68 – สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณท.ดิสทริบิวชั่น) จัดระบบรถ รับ–ส่ง ช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ ที่ประสบปัญหาเดินทางไปโรงพยาบาล หรือไปหาหมอตามนัดไม่ได้
โดยให้โทรศัพท์ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 กด 7 โดยจะมีการประสานทีมรถจาก ปณท.ดิสทริบิวชั่น ในพื้นที่ไปรับผู้ป่วยส่งถึงโรงพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เริ่มให้บริการตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาล หรือหน่วยบริการได้ตามนัด โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการหนัก ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องไปพบแพทย์ต่อเนื่อง รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการฟอกไตตามรอบนัด สปสช. จึงได้ร่วมมือกับ ปณท.ดิสทริบิวชั่น จัดรถรับ–ส่งผู้ป่วย จากพื้นที่น้ำท่วมไปยังโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษาไม่สะดุด และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วยโดยตรง
“ประชาชนหรือผู้ป่วย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ หากเดินทางไปโรงพยาบาลเองไม่ได้ ให้โทรไปที่สายด่วน สปสช. 1330 กด 7 เจ้าหน้าที่จะรับเรื่อง ประเมินสถานการณ์ และประสานทีมรถของ ปณท.ดิสทริบิวชั่น ในพื้นที่ให้เข้ารับผู้ป่วยถึงจุดที่ปลอดภัย แล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่ดูแลตามนัด” นพ.จเด็จ กล่าว
เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว มุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์ต่อเนื่อง แต่อุปสรรคด้านการเดินทางจากสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ไปโรงพยาบาลไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีนัดฟอกไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ต้องรับยาและพบแพทย์ตามรอบ รวมถึงผู้ป่วยเปราะบางในชุมชน โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบมั่นใจว่า หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้ร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้การรักษา และการดูแลสุขภาพต้องหยุดชะงักลงเพราะน้ำท่วม

ด้าน นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด กล่าวว่า ปณท.ดิสทริบิวชั่นได้เตรียมพร้อมรถและทีมปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้เพื่อสนับสนุนการทำงานของ สปสช. ในการช่วยเหลือผู้ป่วยช่วงน้ำท่วม โดยอาศัยศักยภาพด้านโลจิสติกส์และโครงข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ของบริษัทมาปรับใช้กับภารกิจด้านสุขภาพในครั้งนี้
“เราพร้อมนำศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของ ปณท.ดิสทริบิวชั่น มาช่วยดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤต ร่วมกับ สปสช. ตามความต้องการของพื้นที่ เป้าหมายสำคัญคือให้ผู้ป่วยเดินทางถึงโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย แม้จะมีน้ำท่วมและเส้นทางสัญจรถูกตัดขาดก็ตาม” นายพีระ กล่าว

นายพีระ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ ผู้ป่วยหรือญาติให้โทรสายด่วน สปสช. 1330 กด 7 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยแจ้งข้อมูลสำคัญ อาทิ ชื่อ–สกุล เบอร์ติดต่อกลับ ตำแหน่งจุดที่ต้องการให้ไปรับ จุดหมายปลายทาง (โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่นัดหมาย) และลักษณะอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินความเร่งด่วน และประสานรถจาก ปณท.ดิสทริบิวชั่นได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ บริการรถรับ–ส่งผู้ป่วยร่วมระหว่าง สปสช. และ ปณท.ดิสทริบิวชั่น จะดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับบริการ
