ชาวนาชัยภูมิยิ้มกว้าง! ข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดพุ่งแตะ 13.50 บาท สูงสุดรอบหลายปี อานิสงส์ปิดชายแดนหยุดสวมสิทธิ์ข้าวเพื่อนบ้าน

วันที่ 1 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศตามลานรับซื้อข้าวเปลือกในพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ โดยเฉพาะบริเวณริมถนนสาย 201 (ชัยภูมิ-แก้งคร้อ) ตรงข้ามทางแยกเข้าบ้านนาเสียว ต.นาเสียว เป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน เกษตรกรชาวนาต่างทยอยนำข้าวเปลือกเกี่ยวสด ทั้งข้าวเหนียว กข.6 และข้าวหอมมะลิ ขึ้นรถกระบะและรถบรรทุกมาเข้าคิวขายอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ สีหน้าของชาวนาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง เนื่องจากราคารับซื้อข้าวเปลือกต้นฤดูเก็บเกี่ยวปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา ราคารับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิเกี่ยวสด อยู่ที่ กิโลกรัมละ 13.50 บาท หรือตันละ 13,500 บาท

ข้าวหอมมะลิใหม่ ตากแห้ง ความชื้นไม่เกิน 15% พุ่งสูงถึง กิโลกรัมละ 14.50 บาท หรือตันละ 14,500 บาท ข้าวเปลือกเหนียวเกี่ยวสด รับซื้ออยู่ที่ กิโลกรัมละ 8 บาท ข้าวเปลือกเหนียวใหม่ ตากแห้ง ความชื้นไม่เกิน 15% รับซื้อ กิโลกรัมละ 10.50 บาท สูงกว่าทุกปี ชี้ผลดี “ปิดชายแดน”

นายประกอบ อายุ 63 ปี และ นายประมวล อายุ 56 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่นำข้าวมาขาย เปิดเผยว่า ราคาข้าวเปลือกปีนี้สูงกว่าช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปกติขายข้าวนาปีเกี่ยวสดจะได้เพียง 9-11 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ชาวนาส่วนใหญ่มองว่า ปัจจัยบวกหลักน่าจะมาจากการที่รัฐบาลไทยตกลงขายข้าวล็อตใหญ่ให้ประเทศจีนกว่า 500,000 ตัน ประกอบกับการตัดสินใจ “ปิดชายแดนไทย-กัมพูชา”

” ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นการลักลอบนำข้าวเปลือกคุณภาพต่ำราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์เป็นข้าวไทย และตัดช่องทางพ่อค้าคนกลาง ทำให้กลไกตลาดและราคาข้าวในประเทศเป็นไปตามกลไกที่แท้จริง เกษตรกรแต่ละรายได้รับเงินสดกลับบ้านตั้งแต่หลัก 4,000 บาทไปจนถึงกว่า 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณข้าวที่นำมาขาย โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้เป็นค่าเกี่ยวข้าว ค่าปุ๋ย และค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รวมถึงค่าเล่าเรียนบุตร ”

เกษตรกรรายหนึ่ง บอกด้วยว่า เกษตรกรยังเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาปิดชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่องและถาวร เพื่อให้ส่งผลดีต่อสินค้าเกษตรชนิดอื่นด้วย โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ปีที่แล้วมันสำปะหลังขายได้แค่กิโลกรัมละ 1.20 บาทเท่านั้น ไม่คุ้มทุนที่ลงปลูกเลย หากปิดชายแดนได้เหมือนข้าว หัวมันสำปะหลังที่เคยทะลักเข้ามาจากกัมพูชาก็จะลดลง ทำให้ราคาในประเทศสูงขึ้น หากขายได้กิโลกรัมละ 2.50 บาทขึ้นไป ถึงจะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอยู่รอดและไม่ขาดทุนเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน