อุดรธานี สุดสลด ป้าวัย 64 โรคประจำตัวกำเริบ วูบลื่นล้มหน้าคะมำจมน้ำเสียชีวิต สามีตกใจสุดชีวิต พบภรรยาคู่ชีวิต นอนคว่ำหน้าในสระน้ำสวนหย่อม สิ้นใจ
3 ธ.ค. 68 – ร.ต.อ.นราศักดิ์ นนทะบุตร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุหญิงสูงวัยจมน้ำเสียชีวิต ในสระน้ำสวนหย่อมหน้าบ้านของตัวเอง ที่บ้านเลขที่ 34 ม.1 บ.บงคำ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากได้รับแจ้งจึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจเขตงานธีระจิตร แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิเมธาธรรมสถาน
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบ ลุง อายุ 69 ปี สามีผู้ตาย และเป็นเจ้าของบ้าน พร้อมด้วยญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน นำตรวจสอบศพ ป้า อายุ 64 ปี ภรรยา พบว่า ผู้ตายมีรูปร่างอ้วน น้ำหนักประมาณ 80-90 กก. นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนขอบสระน้ำสวนหย่อม ที่ทำด้วยคอนกรีต กว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาวประมาณ 5 เมตร มีน้ำในสระลึกประมาณ 1 ฟุต
สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว กางเกงยีนขายาว ในสระน้ำพบรองเท้าแตะผู้ตายลอยอยู่ และมีสายยางที่ผู้ตายต่อจากกร็อกน้ำ มารดต้นไม้ในสวนหย่อม พาดข้ามสระน้ำ โดยสามีผู้ตายได้จับมือภรรยาบอกทั้งน้ำตาว่า ขอให้ภรรยาไปอยู่กับพระเจ้า
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรอบบริเวณไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ตรวจสอบสภาพศพพบว่า ที่โหนกแก้มใต้ตาด้านขวามีรอยบวมช้ำ และแขนด้านขวามีรอยช้ำและถลอก จากการวูบล้มลงโดนกับขอบสระน้ำหมดสติ ก่อนหน้าผู้ตายจะจมน้ำ ไม่มีคนพบเห็นและช่วยไว้ได้ทัน เนื่องจากขณะเกิดเหตุ สามีขับรถไปรับหลานชายวัย 9 ขวบ ที่โรงเรียน พอกลับมาถึงบ้าน ไม่พบภรรยา จึงเดินออกตามหาจนมาพบนอนคว่ำหน้าจมน้ำอยู่ในสระ จึงไปตามเพื่อนบ้านมาช่วยนำร่างขึ้นมา แต่พบว่านางเสียชีวิตแล้ว
ลุงอายุ 69 ปี สามีผู้ตายให้การว่า ขณะตนไปรับหลานชายกลับมาจากโรงเรียน เวลา 16.30 น. มาถึงบ้านประมาณ 17.30 น. แต่ไม่พบภรรยา ก่อนออกไปก็พูดคุยกันอยู่ดีดี พบหม้อและหวดนึ่งข้าวเหนียวอยู่บนเตา ที่ภรรยานำข้าวเหนียวมาอุ่นไว้กินด้วยกันตอนช่วงเย็น ก่อนพบสายยางน้ำที่ภรรยาชอบนำไปรดน้ำต้นไม้ในสวนหย่อม เพราะภรรยาเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ประดับ และต้องตกใจอย่างสุดชีวิต เมื่อพบร่างภรรยานอนคว่ำหน้าอยู่ในสระน้ำ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันนำร่างขึ้นมาช่วยชีวิต แต่ก็สายเกินไป
“ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เกิดจากโรคประจำตัวที่รักษามา 10 กว่าปี ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ประกอบกับภรรยามีรูปร่างที่อ้วน แต่ก็กินยารักษาเกี่ยวกับทางสมองมาตลอด หลังจากฉายแสงรักษามะเร็งจนหาย แต่ก็ส่งผลกระทบต่อระบบสมอง ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงและเดินเหินไม่สะดวก ทำให้มีอาการวูบล้ม หรืออาจจะเดินสะดุดแล้วล้มหน้าฟาดกับขอบสระน้ำจนหมดสติ ในลักษณะคว่ำหน้าลงในน้ำ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตไม่มีคนพบเห็นและช่วยไว้ได้ทัน โดยไม่มีลางบอกเหตุร้ายก่อนจะเกิดเหตุเลย”
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ และต้องนำศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี อีกครั้งเนื่องจากผู้ตายทำประกันชีวิตเอาไว้ หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่า ญาติไม่ติดใจในสาเหตุในการเสียชีวิต ก็จะนำให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป