กระทรวงสาธารณสุข ขยายพื้นที่รับมือเหตุปะทะไทย-เขมร เป็น 7 จังหวัด พร้อมประกาศเหตุฉุกเฉินระดับ 2 จาก 3
วันที่ 8 ธ.ค.2568 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา
นพ.สมฤกษ์ เปิดเผยภายหลังประชุมว่า หลังจากก่อนหน้านี้ได้เตรียมรับสถานการณ์แบ่งพื้นที่ความเสี่ยงเป็น 3 โซนหลัก คือ สีแดง ระยะห่างจากเกตุปะทะ 20 กิโลเมตร สีชมพู ห่างออกมา 50 กิโลเมตร และ สีส้ม ห่างออกมา 100 กิโลเมตร
” โดยขณะนี้มีการอพยพผู้ป่วยใน รพ.พื้นที่สีแดงแล้วใน 4 จังหวัด ดังนี้ 1.จังหวัดอุบลราชธานี ปิดโรงพยาบาล (รพ.) น้ำยืน รพ.น้ำขุ่น รพ.นาจะหลวย 2.จังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ รพ.กันทรลักษ์ รพ.ภูสิงห์ 3.จังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ รพ.พนมดงรัก รพ.กาบเชิง และ 4.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ รพ.ละหานทราย รพ.บ้านกรวด
ล่าสุดได้ขยายเพิ่มเป็น 7 จังหวัด มีสระแก้ว ตราด และจันทบุรี โดยมีการพิจารณาเตรียมแผนรับมือกรณีเหตุการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst-case) ซึ่งเป็นระดับ 3 ครอบคลุมถึงพื้นที่สีส้ม 100 กิโลเมตร โดยรมว.สธ.ให้เตรียมแผนการจับคู่ (Matching) ระดับจังหวัด ทั้งการย้ายผู้ป่วยไปในที่ปลอดภัย รวมถึงอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัยทั้งหมด ” ปลัดสธ.กล่าว
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เรายกระดับแผนปฏิบัติการเป็นระดับ 2 ซึ่งการดูแลผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มพื้นที่โซนสีแดง มีการย้ายผู้ป่วยไปแล้ว และกำลังเตรียมแผนขยับเป็นสีชมพู และส้ม ซึ่งจะขยายพื้นที่การดูแลจากรัศมี 20 กิโลเมตร ออกไปเป็นรัศมี 100 กิโลเมตร
โดยมีผู้ป่วยในพื้นที่จะต้องย้ายไปยัง รพ.ที่มีความปลอดภัยราว 700 คนจากทั้งหมด 7 จังหวัดพื้นที่ติดชายแดน โดยจะย้ายไปยังพื้นที่ต่างๆ เช่น ไปที่ขอนแก่น นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ และอำนาจเจริญ ส่วนผู้อพยพไปยังศูนย์อพยพนั้นประมาณการณ์เพิ่มเป็น 2 เท่า จากครั้งที่แล้ว
