ร่วมแสดงความอาลัย ร่างตัวประกันไทย รายสุดท้าย จากอิสราเอล กลับสู่มาตุภูมิแล้ว เตรียมเคลื่อนย้าย สู่ภูมิลำเนาเกิด หนองคาย ให้ ญาติ ประกอบพิธีทางศาสนา ก.แรงงาน เผยยอดเยียวยาทายาท

10 ธ.ค. 68 – น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมาย นายยุทธนา ศรีตะบุตร ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี (ด้านการเมือง) รับร่าง นายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ อายุ 44 ปี แรงงานไทย ซึ่งเป็นรายสุดท้ายที่เสียชีวิตจากกลุ่มฮามาสได้จับเป็นตัวประกัน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

พร้อมร่วมวางพวงหรีดแสดงความอาลัย ก่อนส่งกลับภูมิลำเนาที่ จ.หนองคาย โดยมี นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นางเดวอรา ดอร์สแมน ยาร์โคนี รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย น.ส.ปวริศา ศรีชยังกูร คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธี ที่บริเวณอาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ โดยร่างผู้เสียชีวิต ถูกเคลื่อนย้ายต่อไปยังภูมิลำเนาใน จ.หนองคาย เพื่อให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามขั้นตอนต่อไป

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี (ด้านการเมือง) และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนของกระทรวงแรงงานในการมารับร่างแรงงานไทย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ส่งกลับมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 14.55 น. พร้อมร่วมวางพวงหรีด

เพื่อแสดงความอาลัย กระทรวงแรงงานขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อญาติพี่น้องและครอบครัวของพี่น้องแรงงานไทยที่สูญเสียในครั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจว่ากระทรวงแรงงานจะดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานที่เสียชีวิตให้ได้รับสิทธิประโยชน์พึงได้ตามกฎหมาย

ด้าน นายยุทธนา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตนได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.หนองคาย ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว นายสุทธิศักดิ์ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวก ในการรอรับร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งทันทีที่ร่างของแรงงานไทยกลับถึงภูมิลำเนา 5 เสือแรงงาน ในพื้นที่ จ.หนองคาย จะรอรับร่างและอำนวยความสะดวก

โดยสิทธิประโยชน์ที่ทายาทของนายสุทธิศักดิ์จะได้รับ มีดังนี้

1. เงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล ประกอบด้วย กรณีถูกจับเป็นตัวประกัน บิดา มารดา ได้รับเงินชดเชยรายเดือนตลอดชีวิต พี่ชาย จะได้รับสิทธิประโยชน์เงินชดเชยรายเดือนจนถึงวันที่ได้รับร่างกลับประเทศไทย กรณีเสียชีวิต จะได้รับ

1.เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์ประมาณ 80,000 บาท 2.การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ จ่ายตามจริงไม่เกิน 40,000 บาท 3. เงินชดเชยรายเดือน ประมาณ 80,000 – 120,000 บาท 4. เงินช่วยเหลือประจำปี ประมาณ 40,000 บาท 5. เงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินได้รับขึ้นอยู่กับสถาบันประกันภัยฯ เป็นผู้พิจารณา

2. เงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง (ปิซูอิม) ฝ่ายแรงงานฯ ได้ติดตามสิทธิประโยชน์เบื้องต้น ทราบว่า นายจ้างได้เสียชีวิตแล้ว และได้ติดตามสิทธิประโยชน์จากทายาทของนายจ้าง แต่ทายาทของนายจ้างปฏิเสธ การจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ ฝ่ายแรงงานฯ จึงแนะนำให้แต่งตั้งทนายเพื่อฟ้องร้องกรณีดังกล่าว สำนักงานแรงงานจังหวัดหนองคายจึงได้ประสานแจ้งผลการติดตามเงินสิทธิประโยชน์กับบิดาและมารดาของนายสุทธิศักดิ์ ซึ่งบิดาและมารดา ไม่ประสงค์ที่จะฟ้องร้องนายจ้างและขอยุติเรื่อง

3. เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนงานไปทำงานในต่างประเทศ โดย กรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้ดำเนินการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ จำนวน 40,000 บาท ให้กับทายาทแล้ว เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2567

4. สิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดย สปส. ได้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพให้กับทายาทแล้ว จำนวน 46,832.25 บาท เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567

5. สิทธิประโยชน์อื่นๆ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เงินช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอล จำนวน 3,000 บาท

นายยุทธนา กล่าวว่า ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 ส่งผลให้แรงงานไทยได้รับผลกระทบ จำนวนทั้งสิ้น 103 ราย ถูกจับเป็นตัวประกัน 28 ราย ได้รับการช่วยเหลือกลับมาประเทศไทยทั้งหมดแล้ว ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย ได้รับการรักษาทั้งหมดแล้ว เสียชีวิต 42 ราย ส่งร่างกลับประเทศไทยแล้ว 41 ร่าง โดยนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษณ์ นับเป็นร่างรายสุดท้ายที่ส่งกลับมาในครั้งนี้

สำหรับสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลนั้น ปัจจุบันมีแรงงานไทยพำนักและทำงานอยู่ในรัฐอิสราเอล 54,577 คน แยกเป็น แรงงานถูกกฎหมายประมาณ 46,878 คน ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตร 36,979 คน รองลงมาเป็นภาคก่อสร้าง 5,264 คน การค้าและภาคบริการ 2,153 คน ปัจจุบันสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐอิสราเอลอยู่ในภาวะปกติ สามารถจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานได้ ประมาณการเดือนละ 2,636 คน

“กระทรวงแรงงานยืนยันว่า การส่งแรงงานไทยไปทำงานที่รัฐอิสราเอลดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือก การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง ไปจนถึงการดูแลในพื้นที่ เพื่อให้แรงงานไทยทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย อันจะนำมาซึ่งรายได้สามารถยกฐานะให้แก่ครอบครัว และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศชาติ

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะให้การดูแลแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลอย่างดีที่สุดและหวังว่าร่างของแรงงานในวันนี้จะเป็นร่างสุดท้ายที่ได้รับผลพวงจากการสู้รบในอิสราเอล” นายยุทธนา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน