ชาวบ้านควนกาหลง ร้องตกหล่น เงินเยียวยาน้ำท่วม ข้องใจเพื่อนบ้านอยู่ติดกัน บางคนได้-บางคนไม่ได้ ยกคำพูด ‘อนุทิน’ บอกได้ทุกคน ปลัดอาวุโสแจงหลักเกณฑ์ตามมติ ครม.
วันที่ 11 ธ.ค.2568 ที่ศาลาอเนกประสงค์ที่ว่าการอำเภอควนกาหลง จ.สตูล ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลควนกาหลง จ.สตูล นับร้อยคนรวมตัวทวงถามความชัดเจน กรณีตกหล่นเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หลังพบว่าครัวเรือนจำนวนมากยังไม่ถูกบันทึกข้อมูลเข้าระบบ แม้บ้านของหลายคนอยู่ในพื้นที่ที่จังหวัดประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ
ระหว่างการประชุม นางพรรณี เพชรบุรี ปลัดอาวุโสอำเภอควนกาหลง ชี้แจงแนวทางและขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พร้อมย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องอ้างอิงข้อมูลตรวจสอบความเสียหายจากพื้นที่จริง

ขณะเดียวกันชาวบ้านบางรายตั้งคำถามว่า “บ้านอยู่ติดกัน ทำไมเพื่อนบ้านได้เยียวยา แต่ตัวเองไม่ได้ ทั้งที่น้ำท่วมเหมือนกัน?” ทำให้เกิดความสงสัยในกระบวนการคีย์ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ และตั้งข้อสังเกตว่ามาตรฐานการตรวจสอบอาจไม่เท่าเทียมกัน

ด้าน นายจิรายุ ไข่สีทอง แกนนำชาวบ้าน เปิดเผยว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อในคำชี้แจงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติสามารถรับเงินเยียวยาได้ทุกคน ทำให้ชาวบ้านมั่นใจและออกมาลงทะเบียนตามขั้นตอน แต่เมื่อผลกลับไม่เป็นไปตามนั้น จึงยืนยันว่าต้องการคำอธิบายที่โปร่งใสชัดเจนจากจังหวัด

”หลายครอบครัวเดือดร้อนหนักจากน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่สามารถกรีดยาง ทำงาน หรือเดินทางออกจากพื้นที่ได้ เพราะถูกน้ำล้อมรอบแบบ “แลนด์ล็อก” รายได้หายทันที เงินเยียวยาจึงเป็นความหวังสำคัญในการซื้ออุปกรณ์ทำกินใหม่และประคองครอบครัวในช่วงวิกฤต” นายจิรายุ กล่าว

ขณะที่ อำเภอควนกาหลง ยืนยันว่า พร้อมรับฟังทุกเสียงสะท้อนของประชาชน และจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้จังหวัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดความสับสนต่อไป
